เงื่อนไขใหม่ เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3

0
147
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า  หลังจากเคาะวัน เปิดให้ประชาชนจองสิทธิ์ โครงการ เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3  เพิ่มอีก 2 ล้านสิทธิ์ เริ่ม 17 พ.ค.-31 ส.ค. 64  มีการปรับเงื่อนไงและรายละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสและทุจริตเช่นที่ผ่านมา  สำหรับเงื่อนไข ที่มีการปรับใหม่ สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด  ทาง www.เราเที่ยวด้วยกัน.com  โดยต้องแจ้งจำนวนห้องพัก-ราคาให้กับ ททท.รับทราบ เพื่อให้ททท. สามารถเข้าไปตรวจสอบกับข้อมูลที่โรงแรมจดทะเบียนไว้กับทางมหาดไทย

สำหรับการใช้งานของประชาชนทั่วไป จะต้องลงทะเบียนกับทางโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 www.เราเที่ยวด้วยกัน.com จากนั้นให้จองที่พักที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในการจองที่พักนั้น กำหนดใหม่ว่าต้องจองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อที่ธนาคารกรุงไทยจะได้ส่งข้อมูลให้ ททท. จากนั้นทาง ททท. จะได้ตรวจสอบได้ว่าการจองนั้นมีความผิดปกติหรือไม่

ผู้ใช้สิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 ต้องสแกนใบหน้า เมื่อมีการเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้ ก็จะต้อง “สแกนใบหน้า” ของผู้เข้าใช้สิทธิในโครงการฯ พอสแกนใบหน้าไปแล้ว ก็จะมีข้อมูล GPS ติดไปด้วย ตรงนี้ก็จะเป็นขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาเพื่อการใช้งานที่โปร่งใสมากขึ้นขณะนี้กำลังรอการจัดทำระบบจากธนาคารกรุงไทย

E-Voucher ปรับปรุงใหม่ มีเฉพาะราคา 600 บาท เท่านั้น สำหรับการใช้เคูปอง หรือ E-Voucher ซึ่งแต่เดิมเคยกำหนดไว้ 900 บาทในวันธรรมดา และ 600 บาทในวันหยุด แต่ในการปรับปรุงเงื่อนไขใหม่ครั้งนี้ จะปรับมูลค่าเป็น 600 บาทต่อวัน ราคาเดียวเท่านั้น ไม่มีราคาอื่น

ต้องท่องเที่ยวและพักแรมข้ามจังหวัดเท่านั้น ส่วนกรอบพื้นที่ในการเดินทางท่องเที่ยว จากเดิมเคยระบุไว้ว่าสามารถใช้สิทธิท่องเที่ยวพักแรมในจังหวัดเดียวกับภูมิลำเนาได้ แต่ครั้งนี้มีการปรับปรุงเงื่อนไขใหม่ว่า ต้องเป็นการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดเท่านั้น

ส่วนเงื่อนไขอื่นๆยังคงเดิม คือ รัฐสนับสนุนค่าที่โรงแรม 40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน ไม่เกิน 3,000 บาท จำกัดสิทธิคนละไม่เกิน 5 ห้องและ ไม่สามารถยกเลิกได้ ผู้ว่าการททท. กล่าวว่า การปรับปรุงเงื่อนไข โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ครั้งนี้ เพื่อความรัดกุมให้ได้มากที่สุด ป้องกันการทุจริต และเพื่อประโยชน์ที่จะถึงมือภาคท่องเที่ยวอย่างแท้จริง.- (สำนักข่าวไทย)