สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ จับมือ จังหวัดกวางบิ่งห์ เวียดนาม หนุนด้านการท่องเที่ยว

0
304

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ นำสื่อมวลชนเชียงใหม่หลายสำนัก ร่วมเดินทางไปเยือน เพื่อสานสัมพันธ์ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว กับจังหวัดกวางบิ่งห์ ประเทศเวียดนาม ขณะที่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ พร้อมสนับสนุนและให้คำแนะนำในการปรับปรุงความสะดวกสบายด้านการท่องเที่ยวพื้นฐาน เนื่องจากจังหวัดกวางบิ่งห์ เพิ่งเปิดตัวด้านการท่องเที่ยวมาไม่นาน

ดร.บุญทา ชัยเลิศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และในฐานะ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ พร้อมคณะกรรมการสมาคม นำสื่อมวลชนหลายแขนงในเชียงใหม่กว่า 15 ชีวิต เดินทางไปเยือนและพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยว ที่ จังหวัดกวางบิ่งห์ ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข้อมูลด้านการท่องเที่ยวไปนำเผยแพร่ เพื่อต่อยอดด้านการท่องเที่ยวระหว่างสองเมือง โดยมี ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวประจำจังหวัดจังหวัดกวางบิ่งห์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกวางบิ่งห์ ให้การต้อนรับและคอยดูแล ช่วงระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2560

สำหรับ จังหวัดกวางบิ่งห์ ตั้งอยู่ภาคกลางตอนบนของประเทศเวียดนาม ห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 490 และห่างจากนครโฮจิมินห์ 1,160 กิโลเมตรการเดินทางสามารถไปได้สะดวกด้วยรถโดยสาร รถไฟ หรือเครื่องบิน โดยปัจจุบันสายการบิน Jet Star Pacific เปิดเส้นทางบินตรงจากเชียงใหม่-กวางบิ่งห์ ตั้งแต่เมื่อ 11 สิงหาคม 2560 เป็นต้นมา จำนวน 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งเมืองกว่างบิ่งห์ถือว่าอยู่ในตำแหน่งเชิงกลยุทธ์บนระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออกและตะวันตก ที่มีเส้นทาง 12 A ที่สั้นที่สุดเชื่อมโยงกับประเทศลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

สำหรับที่ กวางบิ่งห์ เป็นอาณาจักรแห่งถ้ำ ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโดยธรรมชาติ มีอยู่เกือบ 300 ถ้ำ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของกวางบิ่งห์ และขึ้นชื่อด้านการท่องเที่ยวแบบผจญภัย และที่มีชื่อเสียงที่สุดเป็น ถ้ำซานดอง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ใฝ่ฝัน แต่ด้วยการจำกัดนักท่องเที่ยวต่อปีเพียงไม่กี่คน จองล่วงหน้านานนับปี ในราคา ทริป 3 วัน 4 คืน ที่ตกอยู่กว่า 3,000 เหรียญสหรัฐ หรือ1 แสนกว่าบาทไทย จึงเป็นความฝันของนักผจญภัยทั่วโลกไปอยากไปเยือนสักครั้ง นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงจิตวิญญาณ การท่องเที่ยวในชนบท ที่อุทยานแห่งชาติฟองญา-เคบัง และการท่องเที่ยวพักผ่อนทางทะเล ที่จังหวัดนี้อยู่ติดชายฝั่งทะเลนับพันกิโลเมตร ขณะที่มีโรงแรมระดับ 2 ดาว ถึง 5 ดาว ในเมืองดงเฮ้ย จังหวัดกวางบิ่งห์ มีการขยายตัวรองรับนักท่องเที่ยว ที่มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น จากปี 2003 ยังไม่มีนักท่องเที่ยวไปเยือน ต่อมาปี 2005 มีจำนวน 3 ล้านคน ปี 2017 เพิ่มขึ้นเป็น 3.3  ล้านคน และคาดว่าในปี 2020 ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 5.5 ล้านคนต่อไป ซึ่งนับว่าขยายตัวด้านการท่องเที่ยวขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่การเปิดบินตรงเชียงใหม่-กวางบิ่งห์ ก็สามารถทำให้นักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศไปเยือนกันได้สะดวกขึ้น และเป็นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ดร.บุญทา ชัยเลิศ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ได้ทำการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างเวียดนามกลางกับเชียงใหม่ โดยมีสายการบิน Jet star มาบินตรง โดยจังหวัด กวางบิ่งห์ ก็มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก และมี 2 แห่ง ติด 1 ใน 3 ของโลก นอกจากนี้จะทำการเชื่อมเวียดนามเหนือ โดยในเดือนธันวาคมปีนี้ จะมีสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จะบันขากฮานอยไปลงที่เชียงใหม่ และสายการบินเวียดเจ็ต จะบินตรงจากนครโฮจิมินห์-เชียงใหม่ ซึ่งปีหน้าถือว่ามี 3 สายการบินเชื่อมทั้งเวียดนามเหนือ เวียดนามกลาง และเวียดนามใต้ บินเข้าสู่เชียงใหม่ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศได้เดินทางระหว่างกัน คาดว่าปีหน้าคนเวียดนามจะเดินทางเข้าเชียงใหม่ ไม่น่าจะต่ำกว่า 30,000 คน

“และในขณะนี้ทุกสายการบินกำลังมุ่งสู่เชียงใหม่ โดยเฉพาะตะวันออกกลางโดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวยส์ ที่วิ่งเส้นทางยุโรปด้วย จะได้ขนนักท่องเที่ยวชาวยุโรปมาสู่โดฮาเวียดนาม ก่อนที่จะบินตรงมายังจังหวัดยังเชียงใหม่  ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเชียงใหม่ที่มีสายการบินที่บินตรงนำนักท่องเที่ยวยุโรปเข้ามาท่องเที่ยว ส่วนที่ประเทศจีนในปีหน้าจะมีประมาณ 5-6 สายการบินจะทำการบินเข้าเชียงใหม่ รวมทั้งหมดมีกว่า 9 สายการบินด้วยกัน รายได้จากการท่องเที่ยวของเชียงใหม่จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยที่สุด 36,000 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับว่าปีหน้าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ จะเพิ่มขึ้นอีก 30% เป็น 120,000 -130,000 ล้านบาท จากที่ปี 2559 ที่มีรายได้รวมประมาณ 90,000 กว่าล้านบาท” ดร.บุญทา กล่าวทิ้งท้าย.