เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค. นี้

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวชี้แจงรายละเอียดการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ ว่า วันนี้ได้รับวัคซีนบริจาคจากสหรัฐอเมริกาจำนวน 1.5 ล้านโดส โดยวัคซีนนี้เป็นวัคซีนชนิด m-RNA จะมีการกระจายวัคซีนไปฉีดใน 4 กลุ่ม ได้แก่

1.การฉีดในบุคลากรการแพทย์ด่านหน้า ที่ดูแลโควิด เป็นเข็ม 3 หรือบูสเตอร์โดส เป้าหมาย 7 แสนโดส โดยได้ให้แต่ละ รพ.สำรวจ รายชื่อที่ต้องการรับวัคซีนไฟเซอร์ มอบหมายให้นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการ จากนั้นกระจายวัคซีนไปรพ.ต่างๆ


2.การฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง รวมกับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีอาการป่วยเรื้อรัง 7 โรคด้วย โดยการกระจายวัคซีนไปใน 13 จังหวัดสูงสุด ควบคุมเข้มงวด ได้แก่ กทม.และปริมณฑล ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวม 645,000 โดส

3.ฉีดให้กับคนต่างชาติที่อาศัยในแผ่นดินหรือทำงานในประเทศไทย 150,000 โดสและฉีดให้กับนักเรียน หรือ คนไทยที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ และ 4.จะเป็นการนำไปฉีดเพื่อการศึกษาวิจัย 5,000 โดส



นพ.โอภาส กล่าวว่า อธิบายการความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ว่า หลายคนยังไม่เข้าใจ เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์เป็นวัคซีนชนิดเข้มข้น ต้องมีการผสมกับน้ำเกลือ 0.9% 1 ขวด ผสมให้ได้ 2.25 มิลลิลิตร (CC) เท่ากับ 6 โดส และที่แตกต่างจากวัคซีนอื่นที่ฉีด เพราะวัคซีนไฟเซอร์กำหนดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 โดส 0.3 มิลลิลิตร (CC) และการฉีด 2 เข็ม ต้องห่างกัน 3 สัปดาห์ วัคซีนนี้สามารถฉีดให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้ แต่เนื่องจากการจัดเก็บวัคซีนไฟเซอร์ ค่อนข้างยุ่งยากเพราะต้องเก็บที่ในอุณหภูมิ -90 ถึง -60 องศาเซลเซียส จะเก็บได้นาน 6 เดือน แต่หากเก็บอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส จะเก็บได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นต้องมีการวางแผนการฉีดให้ดี โดยหลังจากส่งตัวอย่างวัคซีนให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบแล้ว และวัคซีนทั้งหมดเก็บไว้ที่คลังยาของซิลลิคฟาร์มา คาดว่าผลออก 2 ส.ค.นี้ จากนั้นเข้าส่งกระบวนการแพ็คจัดส่ง เตรียมกระจายฉีด ในวันที่ 5-6 ส.ค. เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และการฉีดให้กับ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย โดยคาดว่าจะเริ่มฉีดได้ในวันที่ 9 ส.ค.และจากนั้นห่าง 3 สัปดาห์ เริ่มฉีดในเข็ม 2

พร้อมย้ำการนัดหมายฉีดต้องมีกความแม่นยำ เพื่อการให้คงคุณภาพของวัคซีน คาดการฉีดวัคซีนจะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม ส่วนเรื่องความคืบหน้ากรณีสหรัฐอเมริกา เตรียมบริจาควัคซีนเพิ่มให้กับไทยอีกนั้น คงต้องรอให้ทางการสหรัฐเป๋นผู้เปิดเผยรายละเอียด. – (สำนักข่าวไทย)