หวังสตาร์ทอัพไทยพัฒนาประเทศสู่อนาคต


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลงานจากนักศึกษาสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นนวัตกรรมโดยคนรุ่นใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกโครงการภายใต้ผลงานนวัตกรรม (Innovation Thailand) ได้แก่ โครงการ Startup Thailand League ผลงานร้านขายของชำออนไลน์ Happy Grocers โครงการ Founder Apprentice ผลงานแอปพลิเคชั่น Health tech startup ชื่อ Agnos โครงการ Deep South Startup ผลงานเครื่องล้างปลาระบบกึ่งอัตโนมัติสำหรับผลิตปลาส้มฮาลาล และโครงการ ม้านิลมังกร จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์น้ำพริกต่างๆ By Chef May และนวัตกรรมสเปรย์ดับเพลิง แบรนด์ FLAMEX

นายกรัฐมนตรี ชื่นชมความสามารถของเยาวชน นักศึกษาจบใหม่ที่คิดค้นแอปพลิเคชั่นร้านขายของชำออนไลน์ เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภค รวมทั้งแอปพลิเคชัน Agnos ลดความแออัดในโรงพยาบาล ล้วนแต่เป็นการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้สร้างสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อคนส่วนรวม

นายกรัฐมนตรี ชื่นชมผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมโดยคนไทยรุ่นใหม่ เช่น การพัฒนาน้ำพริกส็อกน้ำพริกถั่วเน่า น้ำพริกหนุ่ม ที่สามารถพัฒนาเป็นสินค้าแช่แข็งหรือกึ่งปรุงสุก ขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขยายตลาดสู่ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารไทย หรือสเปรย์ดับเพลิง แบรนด์ FLAMEX หากพัฒนาให้มีความหลากหลาย สามารถนำไปใช้ในสำนักงานหน่วยงานราชการได้ ยืนยันว่ารัฐบาลสนับสนุนสตาร์ทอัพตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG เพื่อขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมที่เป็นของคนไทย พร้อมฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนโครงการนวัตกรรมในทุกมหาวิทยาลัย เพราะนิสิต นักศึกษาคือกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยไปสู่อนาคต

ในโอกาสนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำน้ำแร่โซดาจากอำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี มาจัดแสดง ซึ่งเป็นน้ำที่เกิดจากแหล่งน้ำบาดาลธรรมชาติ มีลักษณะพิเศษคือ รสหวานและมีความซ่าคล้ายน้ำโซดา ไม่พบสารพิษหรือสารปนเปื้อนร้ายแรง กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจึงเร่งติดตั้งระบบกรองน้ำและผลิตน้ำแร่โซดาเพื่อบรรจุขวดแจกจ่ายแก่ประชาชน ซึ่งในอนาคตจะสำรวจเพิ่มเติม และพัฒนาเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตรสำหรับประชาชนในพื้นที่ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้ตรวจสอบคุณภาพและระดับน้ำอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งให้ศึกษาเส้นทางน้ำ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลให้ความสำคัญการเร่งรัดจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม รวมถึงให้บริหารจัดการน้ำสำหรับการทำเกษตรกรรม โดยอยากให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชอื่นทดแทนการปลูกข้าวในช่วงหน้าแล้ง เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำในส่วนการผลิตน้ำแร่โซดาของห้วยกระเจา สามารถต่อยอดให้เป็นสินค้าวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ได้ด้วย.-สำนักข่าวไทย