สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานชี้แจงกรณีข่าวราคาน้ำมันแพงส่งผลกระทบต่อประชาชน และประชาชนภาคใต้ลักลอบซื้อขายน้ำมันเถื่อน

0
39

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าราคาน้ำมันแพงส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายประชาชน ทำให้ประชาชนในภาคใต้ไปซื้อน้ำมันเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีราคาถูกว่าของไทยเพราะโครงสร้างภาษีแตกต่างกัน โดยยืนยันว่าน้ำมันประเทศไทยมีคุณภาพที่ดี และมีหน่วยงานหลักกำกับดูแลเรื่องนี้ 

ทั้งนี้ ยังพบว่า เส้นทางน้ำมันเถื่อนในภาคใต้จะอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา โดยมี 2 ช่องทางหลัก คือ ด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ ส่วนใหญ่จะลักลอบขนเข้ามาด้วยด้วยรถกระบะดัดแปลง หรือการเติมให้เต็มถังขับผ่านด่านชายแดน และขนจ่ายน้ำมันออก ที่มีเหตุจูงใจมาจากเรื่องราคาเป็นหลัก ซึ่งราคาน้ำมันในประเทศมาเลเซีย น้ำมันดีเซลราคาประมาณ 16.89 บาทต่อลิตร และน้ำมันเบนซิน (ออกเทน 95) ราคาประมาณ 16.12 บาทต่อลิตร เนื่องจากรัฐบาลมาเลเซียมีการชดเชยราคาน้ำมัน จึงทำให้ความแตกต่างกับประเทศไทย ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 12 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันเบนซินประมาณ 5-20 บาทต่อลิตร ตามชนิดของน้ำมัน

แต่หากเปรียบเทียบที่คุณภาพน้ำมันแล้ว น้ำมันในประเทศไทยมีคุณภาพดีกว่าประเทศมาเลเซีย ทั้งดีเซลและเบนซิน รวมถึงแก๊สโซฮอล์ และการที่ราคาน้ำมันในประเทศมีราคาที่สูงกว่า เนื่องจากการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทยจะมีการเก็บภาษีสรรพสามิต สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทดีเซลมีอัตราอยู่ที่ 5.98 บาทต่อลิตร และน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทเบนซิน มีอัตราอยู่ที่ 6.50 บาทต่อลิตร เป็นต้น

ทั้งนี้ จากความแตกต่างของราคาน้ำมันดังกล่าว จึงเป็นเหตุจูงใจสร้างผลตอบแทน ให้แก่ผู้กระทำผิดอย่างคุ้มค่า ภาครัฐจึงต้องดำเนินการควบคุมดูแลและสามารถดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แก่ผู้ที่ลักลอบขนน้ำมันเถื่อน โดยมีกรมสรรพสามิตเป็นหน่วยงานหลัก ในการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่ กรมศุลกากร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป