สกพ.เผยจะเริ่มคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า 31 มีค.

กรุงเทพฯ – สกพ.เร่งกำหนดแนวทางคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า  โดยผู้ไร้ปัญหาคาดชื่อตรงกับผู้วางเงินประกันจะได้คืนรวดเร็วผ่านช่องทางขอใช้สิทธิ์คืนเงินเริ่ม 31 มี.ค.โดยจะไม่กำหนดวันสิ้นสุดการขอคืนเงินแต่อย่างใด

นายประเทศ ศรีชมภู รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) กล่าวว่า วันพุธนี้ (18 มี.ค.) ทาง สกพ.จะหารือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน. )และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดการดำเนินการ เรื่องการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกันโดยจะแจ้งให้ประชาชนทราบหลักเกณฑ์ชัดเจนวันที่ 25 มีนาคมนี้ และทั้ง 2 การไฟฟ้าจะเริ่มทยอยคืนเงินตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมเป็นต้นไปโดยไม่กำหนดวันสิ้นสุดการคืนเงิน อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ประกอบกับผู้ที่จะได้คืนเงินทั้งกลุ่มบ้านที่อยู่อาศัยและผู้ประกอบการขนาดเล็กมีจำนวนมาก 21-22 ล้านราย ดังนั้นจึงจะเปิดให้มีการยื่นขอคืนเงินเป็นระบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นต่าง ๆเป็นหลักแต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาถึงกลุ่มที่ไม่ได้มีการใช้แอปพลิเคชั่นด้วยว่าจะดูแลอย่างไร

“การคืนเงินให้คนถึง 21-22 ล้านคนเราได้พิจารณาว่าหากเปิดให้มาขอคืนเงินที่สาขาการไฟฟ้าอาจจะมีคนไปต่อคิวจำนวนมากจะเป็นความเสี่ยงหากมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้นจึงเน้นการยื่นเรื่องผ่านออนไลน์เป็นหลักและไม่กำหนดระยะเวลาการขอคืนว่าจะเป็นเมื่อใดโดยเงินประกันนี้ก็เป็นเงินของประชาชนที่นำมาวางไว้ตั้งแต่ช่วงขอใช้ไฟฟ้า”นายประเทศ กล่าว

นายประเทศ กล่าวว่าในส่วนผู้ได้เงินคืนอย่างรวดเร็วจะเป็นผู้ที่มีชื่อตรงกับรายชื่อวางเงินประกันการใช้ไฟฟ้าซึ่งจะดูจากหลักฐานบัตรประชาชนและคืนเงินผ่านบัญชีธนาคาร อย่างไรก็ตามในกรณีชื่อไม่ตรงกับผู้วางเงินประกันฯขณะนี้กำลังวางแนวทางว่าจะรับเรื่องร้องเรียน และตรวจสอบกันอย่างไรให้อำนวยความสะดวกสบายแก่ประชาชนและไม่เกิดปัญหาขึ้นมาภายหลัง 

สำหรับการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า  ค่าประกันจะเป็นไปตามขนาดแอมป์ของมิเตอร์  มีทั้งอัตราเก่าและใหม่  โดยอัตราใหม่ในส่วนของครัวเรือนขนาด 5, 15, 30 แอมป์ ได้คืน 300 บาท 2,000 บาท และ 4,000 บาท ตามลำดับ ส่วนผู้ประกอบการขนาดเล็กค่าประกันอยู่ที่ 6,000-8,000 บาท หากแยกผู้ที่อยู่ในเขต กฟน. คือ กทม, สมุทรปราการ, นนทบุรีจะได้รับเงินคืน 3.89 ล้านราย วงเงิน 13,581 ล้านบาท พื้นที่กฟภ.จะได้รับเงินคืน 19,987 ล้านบาท จำนวน 19.5 ล้านราย. -สำนักข่าวไทย