กอนช. ขอให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ระวังฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่ จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

0
106

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขอให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ระวังฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่ จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ



รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (24 พ.ย.64) ว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็น ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี 186 มิลลิเมตร , ชุมพร 154 มิลลิเมตร และเพชรบุรี 144 มิลลิเมตร โดยมีพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก – ดินถล่ม ช่วง 1 – 2 วันนี้ บริเวณ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และยะลา พร้อมเฝ้าระวังการเกิดน้ำป่าไหลหลาก บริเวณ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และสุราษฎร์ธานี ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด 39,160 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 68 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 31,596 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 66 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่ง คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัด เขื่อนภูมิพล อ่างเก็บน้ำแม่จาง และเขื่อนสิริกิติ์ ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร ณ จุดเฝ้าระวัง ในแม่น้ำสายหลัก แม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง บางปะกงมีค่าความเค็มและปริมาณออกซิเจนละลายน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน


ทั้งนี้ ในภาคใต้ยังคงเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำไปจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม พร้อมเพิ่มศักยภาพการระบายในลำน้ำต่างๆในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์แล้ว


และติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆที่ได้รับผลกระทบ อย่างลุ่มน้ำชี-มูล ระดับน้ำทางตอนบนลดลงต่อเนื่อง ทำให้แม่น้ำมูลที่สถานี M.7 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี มีแนวโน้มลดลง ส่วนการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงสามารถระบายได้ปกติ คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลผ่าน จ.อุบลราชธานี จะเริ่มต่ำกว่าตลิ่งประมาณสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ด้านลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลดลง ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลดลงต่ำกว่าตลิ่งแล้ว ขณะที่ทุ่งลุ่มต่ำเจ้าพระยายังคงมีน้ำอยู่ระหว่างการระบายน้ำออกประมาณ 1,335 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่จะคงเหลือน้ำส่วนหนึ่งสูงเฉลี่ย 30 เซนติเมตร เพื่อใช้สำหรับเตรียมแปลงทำการเพาะปลูกข้าวหน้าแล้งต่อไป สำหรับลุ่มน้ำท่าจีน การระบายน้ำในแม่น้ำท่าจีนยังคงเป็นไปได้ช้า เนื่องจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ยังคงมีพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำได้รับ ส่งผลกระทบในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และนครปฐม โดยกรมชลประทานได้ลดปริมาณน้ำที่ระบายมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่แม่น้ำท่าจีนลง คาดว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำท่าจีนจะเริ่มคลี่คลายและระดับน้ำจะลดลงต่ำกว่าตลิ่งประมาณกลางเดือนธันวาคม