กระทรวงพลังงานยืนยันค่าการตลาดน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบันยังอยู่ในกรอบที่ภาครัฐกำหนด ไม่เกิน 2.40 บาท ต่อลิตร

นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน ชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับค่าการตลาดน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ โดยมีการเปรียบเทียบราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นกับค่าการตลาดน้ำมันเบนซิน ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กับปัจจุบันที่ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นปรับลดลง แต่ค่าการตลาดปรับสูงขึ้น ว่า ค่าการตลาด คือ รายได้ของผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ที่ยังไม่ได้หักค่าดำเนินการ ค่าขนส่งน้ำมันจากคลังมาหน้าสถานีบริการ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงาน รวมถึงค่าใช้จ่าย ๆ อื่น ๆ เช่น ค่าเช่าที่ดิน ค่าสาธารณูปโภค และค่าการตลาดของผู้ให้บริการแต่ละรายก็ไม่เท่ากัน



จากแนวทางการพิจารณาค่าการตลาดอ้างอิงของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน จะดูในภาพรวมของทุกชนิดน้ำมันเนื่องจากสถานีบริการไม่ได้จำหน่ายน้ำมันเพียงชนิดเดียวจึงไม่ควรเปรียบเทียบค่าการตลาดเป็นรายวัน เพราะราคาเนื้อน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงทุกวันตามราคาตลาดโลก ซึ่งหากพิจารณาในปีนี้ค่าเฉลี่ยของค่าการตลาดในแต่ละเดือนอยู่ในกรอบที่ภาครัฐติดตามดูแลอยู่ ซึ่งทางภาครัฐได้มีการศึกษากรอบค่าการตลาดไม่ควรเกิน 2.40 บาทต่อลิตร ซึ่งหากพิจารณาค่าการตลาดตั้งแต่วันที่ 1 – 6 กรกฎาคม 2565 ค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยทุกประเภท ทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซลจะอยู่ที่ 2.17 บาทต่อลิตร ยังอยู่ในกรอบที่ภาครัฐกำหนด


อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า ที่ผ่านมา ภาครัฐได้ติดตามสถานการณ์และใช้หลายมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นให้กับประชาชน