กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมในทุกพื้นที่ พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำใกล้ชิด

0
88

นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา เปิดเผยว่า ฝนที่ตกสะสมตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและลำน้ำธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร  ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งสิ้น 21 จังหวัด โดยในพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูล มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 จังหวัด โดยกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่น้ำขัง และเร่งระบายน้ำในแม่น้ำชี-มูล ลงแม่น้ำโขง โดยการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำช่วยเพิ่มอัตราการไหลของน้ำ 



ส่วนในลุ่มน้ำป่าสักและลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้มีปริมาณมากเกินความจุของลำน้ำ ส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งใน 10 จังหวัด กรมชลประทานร่วมกับจังหวัดได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เตรียมรับมืออุทกภัยและให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับบริหารจัดการน้ำด้วยการหน่วงน้ำและผันน้ำเข้าคลองต่างๆ เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่าง นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากร่องมรสุมที่พัดผ่านประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ตราด และเชียงใหม่ ซึ่งกรมชลประทานได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง


สำหรับการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวม 85 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำรวม 198 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำในลำน้ำต่าง ๆ ให้เร็วขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ทั้งนี้ อธิดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้ทุกโครงการชลประทานบริหารจัดการน้ำ โดยการจัดจราจรทางน้ำให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด