แม่ทัพน้อยที่ 3 ประชุมแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ลดปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ

0
43

พล.ท.สุภโชค   ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า (ศอ.ปกป.ภาค สน.) เป็นประธานการประชุมประสานงานการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ประจำปีงบประมาณ 2562 ที่สโมสรกาวิละ มทบ.33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประสานงานการปฏิบัติโดยให้ส่วนราชการพลเรือนเป็นหน่วยงานหลักโดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรการและกฎหมายที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเคร่งครัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาก 9 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมการประชุม

    แม่ทัพน้อยที่ 3  กล่าวว่า  ในช่วงหน้าแล้ง (เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนของทุกปี) จะพบการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน สิ่งแวดล้อม และสภาวะเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคเหนือ  ซึ่งในปีที่ผ่านมาสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ  มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และการดำเนินชีวิตของประชาชน ซึ่งสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้ การเกิดไฟป่าและหมอกควันที่สำคัญ ได้แก่ การเผาป่า เพื่อหาของป่า และล่าสัตว์ ,การเผาทำลายเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร โดยไม่มีการจัดระเบียบการเผาที่ดีพอ ตลอดจนการเกิดหมอกควันข้ามแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 / ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ระดับภาค  ได้มอบหมายให้ กองทัพน้อยที่ 3 จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ขึ้น โดยมีภารกิจในการวางแผน อำนวยการ ควบคุมและกำกับดูแลการปฏิบัติของชุดรณรงค์ป้องกันไฟป่าและหมอกควัน ทั้ง 14 ชุด  รวมทั้งอำนวยการและบูรณาการ การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ร่วมกับศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับจังหวัด ในห้วงวันที่ 1 ธ.ค. 61 – 30 เม.ย. 62   เพื่อประสานงานกับหน่วยราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ร่วมรณรงค์สร้างจิตสำนึก ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ราษฎร ในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนการเกิดไฟป่าและป้องกัน มิให้เกิดไฟป่าขั้นรุนแรง   จากปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ ตรวจพบจุดความร้อน จำนวน 4,722 จุด  โดยตรวจพบจังหวัดที่มีจุดความร้อนสะสมสูงตามลำดับ คือ จว.ตาก, จว.แม่ฮ่องสอน และ จว.เชียงใหม่   ทั้งนี้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (Gistda) ได้สรุปสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ประจำปี 2562 โดยคาดการณ์ว่าจะมีจุดความร้อนสะสม เฉลี่ย สูงสุดประมาณ 4,920 จุด และต่ำสุด 3,280  จุด เฉลี่ยประมาณ 4,323 จุด ( ลดลง 400  จุด หรือ 8 %

     แม่ทัพน้อยที่ 3 กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในปีงบประมาณ  2562 นี้ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค  ส่วนหน้า มีแนวทางดำเนินการ  3 ห้วง ได้แก่ ห้วงก่อนประกาศห้ามเผาเผาเด็ดขาด (ชิงเผา) ห้วงประกาศห้ามเผาเด็ดขาด (60 วันอันตราย) และห้วงหลังประกาศห้ามเผาเด็ดขาด โดยในระดับจังหวัดควรประกาศห้วงห้ามเผาเด็ดขาดก่อนล่วงหน้า 2 เดือน และกำหนดห้วงเวลาการชิงเผาอย่างเป็นระบบ ทั้งก่อนและหลังล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนห้วงห้ามเผาเด็ดขาดของจังหวัด โดยให้ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น กำกับดูแลและควบคุม เพื่อให้เป็นไปตามแผนและห้วงเวลาที่กำหนด ตลอดจนมีการประชาสัมพันธ์ รณรงค์ทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า จะใช้กลไกประชารัฐ โดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมมือกัน แก้ไขปัญหามุ่งเน้นการรณรงค์สร้างจิตสำนึกและใช้การประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อทุกชนิด เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากไฟป่าและหมอกควัน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังและแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป.