แม่ทัพภาคที่ 3 ติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติด และแรงงานผิดกฎหมาย ที่จังหวัดเชียงใหม่

แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติด และแรงงานลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังกองกำลังผาเมืองสกัดกั้นยาเสพติด ยึดยาบ้าได้มากกว่าปี 2564 จำนวน 22 ล้านเม็ด ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่



พล.ท. อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และพ.อ. วีระชัย ผองแก้ว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 บรรยายสรุปสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบ โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึงปัจจุบันมีผลการปฏิบัติ จำนวน 166 ครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 195 คน กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต จำนวน 8 ราย ยึดยาบ้า จำนวน 35 ล้านเม็ด เฮโรอีน 11 กิโลกรัม และไอซ์ จำนวน 102 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบสถิติการจับกุมในห้วงเวลาเดียวกันกับปีงบประมาณ 2564 พบว่ามีผลการจับกุมยาบ้า เพิ่มขึ้นกว่า 22 ล้านเม็ด


ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบภายในประเทศเมียนมา ยังคงเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนต่อการผลิต การลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่โดยเฉพาะการนำเข้าสารเคมีมาเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดตามแนวชายแดนมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มขบวนการผลิตยาเสพติด ที่เป็นกลุ่มผู้ผลิตหลักในพื้นที่ ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบดังกล่าว กองกำลังผาเมืองได้กำหนดพื้นที่เพ่งเล็งที่ปรากฏ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการในพื้นที่ชายแดน ด้านจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย และจังหวัดพะเยา ขณะเดียวกันได้รับกำลังป้องกันชายแดนเพิ่มเติม ในส่วนของแผนงานยาเสพติดจำนวน 225 นาย เพื่อทำหน้าที่ในการสกัดกั้นยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ


ทั้งนี้ ด้านการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา พยายามลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่สาย, อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึงปัจจุบัน มีผลการปฏิบัติ จำนวน 131 ครั้ง สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 1,489 คน และผู้นำพา จำนวน 64 คน เมื่อเปรียบเทียบสถิติการจับกุมในห้วงเวลาเดียวกันกับ ปีงบประมาณ 64 สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวได้เพิ่มมากขึ้น เกือบ 1,300 คน ติดตามคดีที่มีผู้นำพา จำนวน 56 คดี โดยคดีถึงที่สุดแล้ว จำนวน 22 คดี และอยู่ระหว่างการดำเนินคดี 34 คดี ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาหน่วยได้รับการสนับสนุนยุทโธปกรณ์พิเศษ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับกำลังพล ในการปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน และการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ