เทศบาลนครเชียงใหม่แจงดราม่า เปลี่ยน ถ.ราชดำเนิน เป็นวันเวย์ หลังสังคมออนไลน์ถล่มยับ

0
84

รองปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ ออกโรงแจงหลังสังคมออนไลน์มีดราม่า ในโครงการทดลองเดินรถทางเดียวบนถนนราชดำเนินเป็นการชั่วคราว เป็นโครงการนำร่องพัฒนาย่านเดินได้เดินดีเพื่อยกระดับสุขภาวะคนเมืองเชียงใหม่ “เตียว-หย้อง-เมืองเชียงใหม่” เพื่อจำลองการจัดระบบจราจรที่เหมาะสม ทั้งกับคนเดินเท้า รถจักรยาน และ รถยนต์ โดยเป็นการทดลองเดินรถทางเดียวบนถนนเส้นนี้ ตั้งแต่แยกประตูท่าแพ-วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ระยะทาง 1 กิโลเมตร เป็นการทดลองชั่วคราวก่อน 1 เดือน เพื่อหาข้อสรุปว่าจะดำเนินการถาวรหรือไม่

กรณีเพจเฟซบุ๊ก “ฉันอยู่เชียงใหม่จริงๆนะ” ได้แชร์ภาพถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่เริ่มมีการทดลองปรับเปลี่ยนเป็นถนนเดินรถทางเดียว เป็นโครงการนำร่องพัฒนาย่านเดินได้เดินดีเพื่อยกระดับสุขภาวะคนเมืองเชียงใหม่ “เตียว-หย้อง-เมืองเชียงใหม่”เพื่อจำลองการจัดระบบจราจรที่เหมาะสม โดยมีการนำเสนอภาพถ่ายการตีเส้นถนนที่ไม่เรียบร้อยสวยงาม สีซีดจาง ไม่มีความคมชัด โดยถนนเส้นดังกล่าวมีการแบ่งช่องการจราจรออก 3 ช่อง คือช่องซ้ายสุด เป็นเส้นทางจักรยาน ช่องกลางเป็นที่จอดรถยนต์ และช่องขวาสุดเป็นเส้นทางเดินรถทางเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ โดยตำหนิการตีเส้นการจราจรว่าเป็นส่งงานที่ชุ่ย ขาดความสวยงาม ดูสกปรก ไม่เรียบร้อย มีคุณภาพงานที่ต่ำ และช่องจอดรถยนต์แคบ นอกจากนี้ยังตำหนิว่าโครงการนี้ผ่านประชามติมาได้อย่างไร และสิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐหรือไม่



นายประสงค์ เรือนสอน รองปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าว เป็นทดลองเดินรถทางเดียวบนถนนราชดำเนินเป็นการชั่วคราว เป็นโครงการนำร่องพัฒนาย่านเดินได้เดินดี เพื่อยกระดับสุขภาวะคนเมืองเชียงใหม่ “เตียว-หย้อง-เมืองเชียงใหม่” เพื่อจำลองการจัดระบบจราจรที่เหมาะสม ทั้งกับคนเดินเท้า รถจักรยาน และ รถยนต์ โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง เทศบาลนครเชียงใหม่ และ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง(CE.US) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ใจบ้านสตูดิโอ บริษัท ระฟ้า จำกัด กลุ่มเขียวสวยหอม เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กรรมาธิการสถาปนิกผังเมืองล้านนา สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย (TUDA) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมการส่องสว่าง (LRIC) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีพัฒนาย่านเดินได้เดินดีเชียงใหม่ โดยวัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้ คือเพื่อเป็นการเตรียมการปรับปรุงทางเท้า และถนนรวมถึงภูมิทัศน์บนถนนเส้นราชดำเนินที่ได้ทำการออกแบบและปรับปรุง ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน



ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ผ่านการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และกิจการห้างร้านย่านถนนท่าแพ และถนนราชดำเนิน ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ทดลองจัดการจราจรทางเดียว (One-way) ร่วมกับทางจักรยาน บนถนนราชดำเนิน ตั้งแต่ ประตูท่าแพ-วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และได้เสนอขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันพุธที่ 17 มีนาคม 2564 และมติที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการให้ดำเนินการดังกล่าว เจ้าพนักงานจราจรจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ออกประกาศเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง กำหนดให้รถเดินทางเดียว กำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถ กำหนดการจอดรถบนถนนบางสายเป็นการชั่วคราว ในโครงการดังกล่าว โดยให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2564
และเริ่มทดลองวันแรก 6 พฤษภาคม 64 ที่ผ่านมา โดยระหว่างการทดลอง เทศบาลนครเชียงใหม่ จะนำประเด็นปัญหา ตลอดจนข้อคิดเห็นต่างๆ มาปรับปรุงและแก้ไข และจะจัดให้มีเวทีสาธารณะ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ที่มีต่อโครงการทดลองในครั้งนี้ ซึ่งโครงการดังกล่าว จะสอดคล้องกับโครงการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารในเขตเมืองเก่าลงใต้ดิน ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ สำหรับประเด็นการตีเส้นจราจรที่ไม่คมชัด หรือ มีรอยเปื้อนบนถนนราชดำเนิน เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ชี้แจงว่า การตีเส้นจราจรบนถนนราชดำเนินเป็นการใช้สีพ่นเพื่อตีเส้นจราจรบนถนนเป็นการชั่วคราว ซึ่งสีพ่นดังกล่าวจะซีดจางลงไปภายในระยะเวลา 2-3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การทดลองเดินรถทางเดียวสิ้นสุดลงแล้ว ไม่ใช่การตีเส้นโดยใช้สีเทอร์โมพลาสติก ที่มีความคงทนถาวรเหมือนการตีเส้นถนนโดยทั่วไป

อาจารย์ อจิรภาส์ ประดิษฐ์ อาจารย์พิเศษคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นคนเชียงใหม่ และทำงานร่วมหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการพัฒนาเมือง ก็มองว่าจริงๆแล้วการทดลองครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เล็กมากที่เชื่อมโยงไปกับกระบวนการทั้งหมดในการเปลี่ยนแปลงเมือง มองว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อันดับแรกต้องเกิดจากการทดลองก่อน ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบกับผู้คนในหลายๆด้าน การทดลองครั้งนี้เนื่องจากอยากเห็นความร่วมมือที่เกิดจากกระบวนการที่ภาครัฐมามีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับชุมชน หรือประชาชนและภาคประชาสังคม ที่ช่วยกันตั้งโจทย์ขึ้นมา รวมไปถึงกระบวนการในการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง หลายครั้งในเชียงใหม่เองมักพูดถึงว่าทำไมเมืองเรายังไม่พัฒนาไปไหน หรือใกล้เคียงกับประเทศที่เจริญแล้วเราอาจจะต้องหันกลับมาดูกระบวนการที่เกิดขึ้นในพื้นที่ก่อนว่าที่ผ่านมา มีช่องว่างตรงไหน ที่ส่งผลให้เรายังไม่ถึงการพัฒนาที่สมบูรณ์ ย้อนกลับมาที่โครงการนี้เป็นการเริ่มต้นจุดแรก ที่จะเชื่อมโยงไปกับการพัฒนาเมือง ให้เกิดระบบการเดินได้เดินดี เป็นนัยะการเพิ่มสิทธิของแต่ละคน ที่สามารถจะเดิน ปั่นจักรยาน สามารถจอดรถหรือขับรถได้อย่างปลอดภัย ที่มีการเกื้อกูลระหว่างกัน และเมืองเป็นห้องเรียนสนามใหญ่ที่สามารถทำให้เกิดการทดลองในหลายมิติได้ เพราะเมืองมีพลวัตรในการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการพัฒนาที่เกิดขึ้น 10-20 ปี เมื่อพลวัตรที่เปลี่ยนแปลงไป มันจะต้องมีการหันกลับมาดู ว่าเราสามารถปรับกระบวนการในการในห้องทดลองนี้ ปรับเปลี่ยนอย่างไรให้เกิดระบบร่วมกัน และเกื้อกูลกันในอนาคต


“ในเรื่องกระแสออนไลน์ ต้องขอขอบคุณว่าแต่ละท่าน มีความเป็น Active Citizen เป็นพลเมืองเชียงใหม่ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น เป็นการสะท้องกลับมาในมุมของคนทำงาน เพราะเราอาจะบกพร่องในเรื่องของกาารสื่อสารที่ยังไม่ครบถ้วน และที่ผ่านมาเราโฟกัสในกระบวนการที่องพื้นที่กับคนในพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งต้องยอมรับว่า ในการเปลี่ยนแปลงจุดใดจุดหนึ่งของเมือง จะส่งผลกระทบต่อทั้งเมืองนั้นๆ ด้านความคิดเห็นทางออนไลน์เรายินดี และขอบคุณมากๆที่แต่ละคนออกมานำเสนอในมุมมองที่แตกต่าง ตรงนี้ก็จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการพัฒนาเมือง” อาจารย์ อจิรภาส์ กล่าวทิ้งท้าย.