เชียงใหม่ ยืนยัน จังหวัดเชียงใหม่ มีเวชภัณฑ์และยารักษาโควิด-19 เพียงพอต่อการใช้งาน

0
60

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ เผยการรักษาโควิด-19 ด้วยระบบ HI และ CI มีความปลอดภัย และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ยืนยันจังหวัดเชียงใหม่มีเวชภัณฑ์และยารักษาโควิด-19 เพียงพอต่อการใช้งาน



นายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ เปิดเผยว่า การระบาดของโควิด-19 ในระลอกนี้ จะเน้นการรักษาแบบแยกกักที่บ้าน หรือ HI และแยกกักในชุมชน หรือ CI ซึ่งที่ผ่านมาการรักษาในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนธันวาคม 2564 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งมีอาการรุนแรง จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล สัดส่วนผู้ป่วยเตียงระดับสีเหลือง และสีแดง มีเป็นจำนวนมากต้องดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดกว่าผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งพบมากตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2565 โดยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และผู้เสียชีวิตช่วงนี้พบว่าเป็นผู้ป่วยสายพันธุ์เดลต้าที่มีการรักษาตัวต่อเนื่องมาจากเดิม และยังไม่พบผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงเลยจากโอมิครอน ซึ่งสอดคล้องกับหลักวิชาการของต่างประเทศ ที่สายพันธุ์โอมิครอนจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทั่วโลกจัดการกับโอมิครอนคล้ายกันคือ ถ้าไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ให้ใช้วิธีการรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งเป็นระบบที่ได้ผลดี ทุกคนได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างทั่วถึง เว้นแต่มีอาการจะรับตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลต่อไป ขอย้ำว่าทั้งระบบ HI และ CI มีความปลอดภัย เพราะเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีไม่ให้เกิดการกระจายเชื้อ พร้อมยืนยันจังหวัดเชียงใหม่ มี เวชภัณฑ์ และยารักษา (ฟาวิพิราเวีย) ในปริมาณเพียงพอต่อการใช้งาน


ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดจุดตรวจ ATK เฉพาะกิจ เพื่อให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 กระจายในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ประกอบด้วย จุดตรวจ ATK อาคารอเนกประสงค์สวนสุขภาพบ้านเด่น สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ (สนามฟุตซอลด้านหลัง) และศูนย์วันโรคเขต 10 เชียงใหม่ (ตรงข้ามกับร้านสุริวงค์บุ๊คเซ็นเตอร์) ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถขอเข้ารับบริการได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 น. ตลอดจน ได้เปิดสายด่วนให้คำปรึกษา สำหรับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา หรือตรวจ ATK เองแล้วผลเป็นบวก ที่สายด่วน สปสช. 1330 กด 14 ตลอด 24 ชั่วโมง และที่ศูนย์ประสานงาน ATK ทั้ง 25 อำเภอของเชียงใหม่ และที่ศูนย์ประสานงานจังหวัดเชียงใหม่อีก 3 หมายเลข ได้แก่ 06-5472-4315, 06-5472-4316 และ 06-5472-4317 ซึ่งสามารถติดต่อได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 น.ถึง 20.00 น.