เครือข่ายเยาวชนฯ เผยผลสำรวจผลกระทบ การจัดเทศกาลดนตรีของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

0
367

เมื่อ 16 พฤษภาคม 60 นายธนวัฒน์ วงศ์ใจ รองประธานเครือข่ายป้องกันปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกฮอล์และสารเสพติดในจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการเก็บแบบสำรวจ จำนวน 445 ชุด ระหว่างวันที่ 11 ถึง 14 พฤษภาคม 2560 โดยเก็บพื้นที่ในกลุ่มเยาวชนนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จากการเฝ้าสังเกตของกลุ่มเยาวชนนักศึกษาของเครือข่ายฯ พบว่าในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม 2560 มีแนวโน้มในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผ่านเทศกาลดนตรี และเกิดขึ้นในทุกๆสัปดาห์ นอกจากนี้ยังพบว่าในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีกิจกรรมเวทีส่งเสริมการตลาดของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 10 เวทีดนตรี

ซึ่งเยาวชนส่วนใหญ่รู้จักกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านเทศกาลดนตรีร้อยละ 100 และร้อยละ 78.9 เคยไปร่วมกิจกรรมเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นโดยกลุ่มผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีแนวโน้มที่จะจัดบ่อยขึ้นเรื่อยๆเหตุผลในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเนื่องจากมีดารา นักร้องที่ชื่นชอบ ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมของเยาวชนและมีกลุ่มเพื่อนที่มีอิทธิพลคิดเป็นร้อยละ 83.3 พร้อมทั้งส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมฟรีคอนเสิร์ต แต่เยาวชนยังมีค่าใช้จ่ายกับการดื่มเฉลี่ยคนละ 500-1,000 บาท/ครั้ง และเมื่อสอบถามถึงปัญหาที่พบในช่วงการจัดกิจกรรมการดนตรีของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันดับแรกมองว่าเป็นเรื่องของการเมาแล้วขับ อันดับที่สองเสียงดังรบกวนทั้งเสียงดนตรีและเสียงดังจากผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ และ อันดับที่สามการทะเลาะวิวาทในกลุ่มเยาวชน

ในส่วนของผลกระทบที่เคยขึ้นกับกลุ่มเยาวชนนักศึกษาจากการจัดกิจกรรมเทศกาลดนตรีของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันดับแรกพบว่ารู้สึกไม่ปลอดภัยใน การใช้ชีวิตในหอพักในมหาวิทยาลัย อันดับที่สองเสียงดังรบกวน และอันดับที่สามทีมเรื่องค่าใช้จ่ายกับเทศกาลดนตรีที่มีการบริโภค

ทั้งนี้ หากปล่อยให้มีการจัดกิจกรรมเทศกาลดนตรีส่งเสริมการดื่มในกลุ่มเยาวชนในพื้นที่โดยรอบสถาบันการศึกษา จะเป็นการสร้างนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมทั้งยังจะเป็นการสร้างกว้างได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการจัดกิจกรรมดนตรี คือกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะได้ประชาสัมพันธ์สินค้าและส่งเสริมการขยายตัว แต่ผลกระทบวงกว้างเกิดขึ้นกับกลุ่มเด็กและเยาวชนนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ และประชาชนในพื้นที่ หากเปิดโอกาสให้มีการจัดการดนตรีบ่อยมากขึ้นเพียงใด ก็อาจจะนำไปสู่การเพิ่มมากขึ้น พร้อมจะเกิดผลกระทบในวงกว้างตามมาอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบส่วนตัว ผลกระทบต่อสังคม สาธารณะ พร้อมทั้งเครือข่ายยังมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยที่เกี่ยวข้องมีการตรวจสอบการจัดกิจกรรมของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย อาทิ การจำกัดเสียง/เวลา/ความปลอดภัยในพื้นที่โดยรอบ/พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรมีการยกเว้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผ่านกิจกรรมดนตรีในช่วงที่มีการสอบของนักศึกษา อย่างน้อย 15 วันหรือ 2 อาทิตย์ ขอให้ผู้บริหารสถาน สถาบันการศึกษา / ผู้นำนักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการจัดกิจกรรมเทศกาลดนตรีจากผมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และ ควรงดเว้นการจัดกิจกรรมเทศกาลดนตรีของกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในรัศมี 500 เมตร รอบสถาบันการศึกษาและควรงดการจำหน่ายและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สุดท้ายนี้เครือข่ายฯ จะร่วมกันในการจัดเก็บข้อมูลปรากฏการณ์มานำเสนอต่อจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วยเพื่อร่วมในการลดผลกระทบจากการดื่มชนนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง