อธิบดีกรมป่าไม้ลุยรุกป่าเชียงใหม่ นำทีมเจ้าหน้าที่ขยายผล “หุบเขาไฮโซ” รุกป่าสงวนแห่งชาติ

0
355

อธิบดีกรมป่าไม้ นำทัพขยายผล “หุบเขาไฮโซ” รุกป่าสงวนแห่งชาติ “แม่ท่าช้าง-แม่ขนิน” กว่า144ไร่ ผุดรีสอร์ทบ้านพักหรู พร้อมเร่งจัดการซิปไลน์ผิดกฎหมายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 12 แห่ง ดำเนินคดีแล้ว 6 ราย และอยู่ระหว่างตรวจสอบ 5 ราย เหลือ “ไฟล์ทออฟเดอะกิบบอน” 1 ราย ที่เตรียมดำเนินคดีในส่วนพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ และตรวจสอบการถือครองที่ดินที่เหลือว่าถูกต้องหรือไม่

เมื่อ 23 กันยายน 60นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า และนายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ(พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามการปฏิบัติงานเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายกับสถานที่พักตากอากาศ รีสอร์ท และสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท่าช้างและป่าแม่ขนิน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ และเข้าดำเนินคดีกับผู้ประกอบการธุรกิจซิปไลน์ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออน บ้านแม่กำปอง ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับตรวจสอบความแม่นยำถูกต้องของ App “พิทักษ์ไพร” ในการลงพิกัดผืนป่าที่ถูกบุกรุก

เบื้องต้นอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่ากรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท่าช้างและป่าแม่ขนิน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่  เพื่อปลูกสร้างสถานที่พักตากอากาศ รีสอร์ท และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ว่า จากการตรวจสอบพบรีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่ป่า จำนวน 18 ราย เนื้อที่รวมประมาณ 144 ไร่ 2 งาน 60 ตรว. ซึ่งมีรีสอร์ทที่มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน จำนวน 11 แปลง เนื้อที่ 47 ไร่ 3 งาน 5 ตรว. เป็น นส.3 จำนวน 1 แปลง 2 ไร่ 1 งาน 19 ตรว. และเป็นพื้นที่ที่เคยสำรวจการถือครองตามมติ ค.ร.ม. 30 มิ.ย.41 จำนวน 8 แปลง เนื้อที่ 41 ไร่ 2 งาน 47 ตรว. นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นพื้นที่ประเภทอื่นๆ อีก 8 แปลง ดังนั้นสำหรับรายใดที่มีโฉนดหรือ นส.3 กรมป่าไม้จะส่งเรื่องให้กรมที่ดินตรวจสอบว่าการออกเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงจะถือว่าผิดเงื่อนไขจากการสำรวจในคราวแรก แต่ถ้ามีชื่อตรงตามที่แจ้งในครั้งแรกก็ต้องตรวจสอบว่ามีการใช้ประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่

ขณะที่นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงความคืบหน้าในการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มเครื่องเล่นซิปไลน์ในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ว่าจากการตรวจสอบปรากฏว่ามี 12 แห่ง ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ได้แก่ สกายไลน์แอดเวนเจอร์, ดรากอนไฟล์ทเชียงใหม่ ซิปไลน์, จังเกิลไฟล์ท เชียงใหม่ , ไฟล์ทออฟเดอะกิบบอน , เดอะไจแอนท์เชียงใหม่ , ไทยจังเกิ้ล, ฟลายอิ้งสควอเรียส เชียงใหม่ , ม่อนแจ่มซิปไลน์, ซิปไลน์ เชียงใหม่ , ทาร์ซาน คาโนปี้ , ปางช้างแก่งกื๊ด (พ่อหลวงน้อยปัน) และ สกายเทรคแอดแวนเจอร์ ซึ่งได้มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 6 แห่ง โดย 2 ใน 6 แห่ง ได้ดำเนินการรื้อถอนตามมาตรา 25 แล้ว อีก 5 แห่ง อยู่ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบเนื่องจากผู้ประกอบการได้นำเอกสารสิทธิ์ที่ดินประเภท สค.1 มาแสดง ส่วนอีก 1 แห่ง คือ “ไฟล์ทออฟเดอะกิบบอน” ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออน บ้านแม่กำปอง หมู่3 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่รวม 29 ไร่ 3 งาน 78 ตรว. นั้น ได้มีมติที่ประชุมของ คณะกรรมการเพื่อติดตาม กำกับ และตรวจสอบพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 7 ก.ย.60 ที่มี นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ทำหน้าที่เป็นประธานแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้หน่วยงานดำเนินคดีในส่วนพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 3 งาน 78 ตรว. สำหรับพื้นที่อีก 29 ไร่ ที่ผู้ประกอบการอ้างว่ามี สค.1 จำนวน 3 ฉบับ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบว่ามี สค.1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) เปิดเผยถึงการปฏิบัติการเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าด้วยระบบปฏิบัติการค้นหาพื้นที่บุกรุก ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์และดาวเทียมหรือที่เรียกว่า “ระบบพิทักษ์ไพร” ว่า ขณะนี้ในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับแจ้งเตือนจากระบบตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่เปลี่ยนแปลงจากสภาพป่าเป็นไม่มีสภาพป่า จำนวน 8 จุด ได้แก่ ป่าเชียงดาว จำนวน 4 จุด ป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง จำนวน 2 จุด ป่าแม่ขานและป่าแม่วาง 2 จุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ว่ามีผืนป่าถูกบุกรุกหรือไม่อย่างไร โดยในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ในเขตป่าเชียงดาว อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เป็นลำดับแรก แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเส้นทางทุรกันดาร และเขตภูเขาสูงชัน ทางเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการทั้ง ทางรถยนต์ตรวจการขับเคลื่อน 4 ล้อ และทางอากาศสนับสนุนกัน ทั้งนี้เพื่อเร่งป้องปรามหากมีการบุกรุกทำลายป่าจริงได้อย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์.