รื้อหมดแล้ว!! เจ้าหน้าที่นำกำลังตรวจสอบร้านรุกลำน้ำแม่สา ผู้ประกอบรื้อที่นั่งขวางลำน้ำออกแล้ว

0
899

เจ้าหน้าที่เชียงใหม่ บูรณาการกำลังออกตรวจสอบร้านอาหารเครื่องดื่มที่ตั้งนั่งร้าน โต๊ะ เก้าอี้ ขวางลำน้ำแม่สา ใน อ.แม่ริม เชียงใหม่ หลังขอความร่วมมือ พบผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือรื้อออกแล้ว และยอมปฏิบัติตามกฎหมาย

เมื่อ 6 ธันวาคม 60 นายชัยแสง พัฒนศักดิ์ภิญโญ นายอำเภอแม่ริม เชียงใหม่ เรียกประชุมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีร้านอาหารบุกรุกลำน้ำสา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหารกองพันพัฒนาที่ 3 ทหารกรมรบพิเศษที่ 5 ตำรวจ สภ.แม่ริม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส.เชียงใหม่ที่ 1 เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และกรมเจ้าท่า สาขาเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ตามที่เป็นข่าวว่ามีหลายร้านที่ทำการบุกรุกโยมีการตั้งนั่งร้านไม้ไผ่ โต๊ะ เก้าอี้ ขวางลำน้ำ ตามคำสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่พบว่ามีการแชร์ในโลกโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง แต่เป็นการะทำที่ผิดต่อกฎหมาย และก่อนหน้านี้ทางฝ่ายปกครองลงพื้นที่ตักเตือนแล้ว และให้รื้อถอนออกให้พ้นลำน้ำดังกล่าว โดยผู้ประกอบการทั้ง 5 ราย ขอเวลารื้อถอนให้พ้นจากวันหยุดช่วงวันพ่อที่ผ่านมา

จากนั้นนายบุญฤทธิ์ นิปวนิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม ได้เข้าไปลงบันทึกประจำวันต่อ พ.ต.ท.จรัล ไชยประพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม ก่อนออกตรวจสอบ เนื่องจากลำน้ำแห่งนี้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน อาจส่งผลให้เกิดสิ่งของ หรือสิ่งปฏิกูลใด ๆ ลงในลำน้ำแม่สา ตลอดถึงอาจกระทบต่อพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเข้าทำหน้าที่ตาม พรบ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 114  มาตรา 115 มาตรา 116 มาตรา 117 มาตรา 121 และมาตรา 122 และในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายชัยแสง พัฒนศักดิ์ภิญโญ นายอำเภอแม่ริม พร้อมเจ้าหน้าที่ปกครอง ได้สนธิกำลังตำรวจ ทหาร ป่าไม้ กรมเจ้าท่า กว่า 20 นาย เดินทางเข้าพื้นที่ถนนแม่ริม-สะเมิง บริเวณหมู่ 1 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่เข้าตรวจสอบร้านอาหารฝั่งทิศใต้ ที่ร้านฮิมน้ำลำธาร ร้านต้นน้ำปลาเผา ร้านริมน้ำ ร้านทับทิมธาร และร้านแผลงศร 1921 ส่วนใหญ่พบว่าผู้ประกอบการให้ความร่วมมือ โดยมีการรื้อที่นั่งแพไม้ไผ่ โต๊ะ เก้าอี้ ออกจากในลำน้ำแม่สาเกือบทั้งหมดแต่มีบางร้าน ยังคงมีลูกค้าเข้าไปนั่งใช้บริการอยู่บางส่วน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการรื้อแพนั่งร้าน ยกออกจากลำน้ำขึ้นไปไว้บนฝั่ง และสั่งไม่ให้มีการตั้งสิ่งของกีดขวางลำน้ำอย่างเด็ดขาดทุกร้านให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ร้านสามารถตั้งซุ้มนั่งทานอาหารได้เฉพาะบนบกซึ่งเป็นพื้นที่ของร้านเท่านั้น ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่เข้าใจและยินดีให้ความร่วมมือ

จากนั้นได้เข้าตรวจสอบร้านบริเวณฝั่งทิศเหนือซึ่งมีลำธารไหลผ่าน คือที่บริเวณร้านโฮ่งบีช พบว่ามีการก่อเนินทรายขึ้นมาใหม่และมีการฉาบปูนไว้กลางลำธาร และมีการวางไม้ระแนงเป็นซุ้มนั่งทานอาหารขวางลำธารหลายจุด จึงเรียกเจ้าของร้านมาพบและอธิบายข้อกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ให้เวลาในการดำเนินการรื้อถอนออกภายใน 7 วัน หากยังไม่ปฏิบัติตามจะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาด ส่วนการเข้าตรวจสอบอีกแห่งคือร้านซอมบี้ ที่มีการโฆษณาผ่านโซเชียลโดยชูบรรยากาศนั่งเก้าอี้สีขาวกลางลำน้ำเป็นจุดขายนั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่า ทางผู้ประกอบการมีการรื้อโต๊ะ เก้าอี้ ออกไปจากลำธารแล้ว

ทั้งนี้เรื่องดังกล่าว ผู้ประกอบการหลายรายได้นำจุดขายของการนั่งทานอาหารเครื่องดื่มกลางลำน้ำ มาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว จนกระทั่งได้มีเพจดังนำเรื่องราวพร้อมบรรยากาศไปเผยแพร่ ทำให้มีการแชร์กันต่อๆมา และทำให้หลายร้ายที่ไม่เคยตั้งโต๊ะในลำน้ำ เลียนแบบเป็นจุดขายบ้าง เนื่องจากเกรงว่าจะขายของไม่ได้ โดยพ่อค้าแม่ค้าบอกว่าการรื้อถอนในแต่ละร้านในครั้งนี้ ทำให้ต้องสูญเสียเงิน ทั้งค่าคนงานรื้อถอนและต้นทุนที่ดำเนินการไปถึงร้านละกว่า 2 แสนบาท บางร้านยอมขาดรายได้เพราะต้องหยุดปรับปรุงกิจการชั่วคราว เสียรายได้วันละกว่า 20,000 บาท แต่ต้องทำตามกฎหมายเพื่อความสบายใจ และขอให้ทุกร้านปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ ให้มีมาตรฐานเดียวกันด้วย.