รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย และช่วยเกษตรกรผู้ปลูกลำไย

0
95

เมื่อ 6 สิงหาคม 63  ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัย และสถานการณ์พืชผลทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งมอบแนวทางการแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยมีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ทั้ง 8 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม


พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน พร้อมติดตามสถานการณ์อุกทกภัยจากพายุ “ซินลากู”อย่างใกล้ชิด โดยพบว่ามีผู้ประสบภัยในพื้นที่หลายจังหวัด ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิบัติงาน ทั้งการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย พร้อมทั้งให้ติดตามคาดการณ์ลักษณะอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน รวมถึงการจัดสิ่งของ ของใช้จำเป็นในการดำรงชีพ การแจกจ่ายถุงยังชีพให้ทั่วถึง และการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานเพื่อประกอบเลี้ยงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

ในเวลาต่อมา รองนายกรัฐมนตรี ได้รับฟังสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งพบว่าเกษตรกรผู้ปลูกลำไยได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยตรง และภาวะวิกฤตภัยแล้งในฤดูกาลผลิตลำไย ปี 2562/2563 ทำให้ราคาผลลิตตกต่ำ ประกอบกับการส่งออกสินค้าลำไยไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ถูกระงับการส่งออก ซึ่งรัฐบาลได้ลงมาให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งการกระจายผลผลิตลำไยออกจากแหล่งผลิต การแปรรูป รวมถึงกำหนดมาตรการชดเชยเยียวยาให้แก่เกษตรกรในอัตราไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 25 ไร่ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่ออีกว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ฝากความห่วงใย พร้อมมอบกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนและเกษตรกรทุกคน โดยขอให้มีความเข้มแข็ง และขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป.