ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ย้ำทุกอำเภอเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้คนเข้าไปในพื้นที่ป่าอีก หากพบจุดความร้อนขึ้นให้เร่งดับไฟ

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยพลเอกอำนาจ รอดสวัสดิ์ คณะทำงานรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีให้ดูแลการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VDO Conference) เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ โดยพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนมากที่สุด 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภออมก๋อย กัลยานิวัฒนา ฮอด แม่แตง แม่แจ่ม ซึ่งการแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา มีจำนวน 33 คดี จาก 10 อำเภอ รวมตั้งแต่วันที่ประกาศห้ามเผาในที่โล่งเด็ดขาด(10 ม.ค. – 10 เม.ย.63) รวมทุก พ.ร.บ. จำนวน 998 ราย ล่าสุดจากการออกตรวจลาดตระเวน เพื่อป้องกันการเผาป่าและตรวจสอบการบุกรุกฟื้นที่ป่า ได้จับกุมผู้ต้องหาได้ที่อำเภอจอมทองพร้อมของกลางไฟแช็ก อยู่ระหว่างสืบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติมดำเนินคดี และที่อำเภอเชียงดาว ได้แจ้งความผู้ลักลอบเผาป่า ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด โดยอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาดำเนินคดี

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้เน้นย้ำให้ทุกอำเภอ เฝ้าระวังป้องกันไม่ให้คนเข้าไปในพื้นที่ป่าอีก และเมื่อพบจุดความร้อนขึ้นให้เร่งดับไฟ และจัดทีมสนับสนุนเข้าตรวจสอบหลักฐานการกระทำผิดทันที โดยต้องใช้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดความเกรงกลัว โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้มีการผ่อนผันให้ประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ หากเกิดไฟจะต้องเร่งดำเนินคดีโดยไม่จำเป็นต้องรอให้เจอตัวผู้ต้องหา เพราะถ้าหากเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ผ่อนผันให้คนใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกิน ให้เชิญเจ้าของที่ครอบครองที่ถือว่าเป็นผู้ต้องสงสัยมาได้ทันที หากไม่ทำจะถือว่าเป็นการละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ซึ่งจะต้องทำควบคู่กับสร้างการรับรู้เรื่องการเผาให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ คณะทำงานรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้กล่าวมานั้น ถือว่าชัดเจน หากขาดแคลนสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ อุปกรณ์ อากาศยาน ให้รีบแจ้งจะได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเข้าใจว่าแต่ละพื้นที่ที่เกิดไฟป่านั้นมีความยากลำบาก ต่อการเข้าไปดับไฟได้ทันที จึงต้องขอความมือจากทุกฝ่ายบูรณาการร่วมกันแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าในเชียงใหม่อย่างเต็มที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายต่อไป – สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์