ผู้ตรวจการสำนักนายกฯ ลงพื้นที่แก้ไขปัญหากรณีไนท์ซาฟารียกเลิกโควตาส่งอาหารสัตว์ ของวิสาหกิจชุมชน

ชาวบ้าน 500 ครอบครัวหมดหวัง สำนักนายกฯลงพื้นที่แก้ไขปัญหาวิสาหกิจถูกไนท์ซาฟารี ยกเลิกโค้วต้าส่งอาหาร โยนเรื่องให้ศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่แก้ไข

เมื่อ 11.00 น.วันที่ 21 กรกฎาคม 60 ที่ ลานคัดผักผลไม้อาหารสัตว์ ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตอาหารสัตว์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจประเมินมาตรฐาน พร้อมคณะ เดินทางมาแก้ไขปัญหาให้วิสาหกิจชุมกลุ่มผลิตอาหารสัตว์ จ.เชียงใหม่ และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหญ้าแพงโกล่าบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน โดยมี นายดี  จันทคลักษณ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตอาหารสัตว์เชียงใหม่ พร้อมสมาชิกเครือข่ายเกษตรกรที่ผลิตอาหารสัตว์ส่งให้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จำนวนกว่า 200 คน ร่วมต้อนรับ และมีการประชุมร่วมกับชาวบ้าน กรณีไนท์ซาฟารีไม่ทำตามพันธสัญญาประชาคม และไม่ทำตามพระราชกฤษฎีกา สำนักงานท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.เดิม) ซึ่งเคยทำไว้เพื่อปี 2548 ตอนที่เริ่มก่อตั้งไนท์ซาฟารีกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตามแผนแม่บทชุมชน 17 แผนชุมชน ที่เหลือบริหารอยู่เพียง 2 แผนชุมชน คือบริการสี่ล้อแดงรับจ้าง และวิสากิจชุมชนกลุ่มผลิตอาหารสัตว์ และปัจจุบันทางเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีก็จะขอยกเลิกโค้วต้า และไม่ให้วิสาหกิจชุมชนส่งอาหารสัตว์อีก โดยจะหมดสัญญา 30 กันยายน 2560 นี้

สำหรับปัญหาคือ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตอาหารสัตว์ และเครือข่าย 500 ครอบครัว ถูกเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีตัดโควต้าส่งอาหารสัตว์มานาน โดยทางกลุ่มวิสาหกิจ ได้ร้องต่อศาลปกครองครั้งแรกวันที่ 6 มกราคม 2551 เรื่องที่ผู้บริหารเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ถอดอาหารสัตว์ ชนิด เนื้อวัว  เนื้อหมู เนื้อไก่ ปลาทู อาหารสำเร็จรูปจากกลุ่มนำไปประมูล และมีปัญหายึดเยื้อมานาน จนกระทั้งวันที่ 11 ตุลาคม 2559 นายดี จันทคลักษณ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนผลิตอาหารสัตว์เชียงใหม่ ได้ให้นายเศวต เวียนทอง ทนายความ ยื่นฟ้องคณะกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ผู้ถูกฟ้องที่ 1 และผู้อำนวยการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ต่อศาลปกครองเชียงใหม่ หมายเลขดำที่ 309/2559 ศาลมีคำสั่งให้ทั้งสองฝ่ายชี้แจงต่อศาล ซึ่งทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างชี้แจงต่อศาลอยู่ จากนั้นวิสาหกิจชุมชนผลิตอาหารสัตว์ ได้ยื่นหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้แก้ไขปัญหาสมาชิกวิสาหกิจและเครือข่าย จำนวน 500 ครอบครัวด้วย

ต่อมาที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมา จ.เชียงใหม่ และทางด้าน นายดี จันทคลักษณ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ ได้ยื่นหนังสือทวงถามกรณีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตอาหารสัตว์ พร้อมสมาชิกวิสาหกิจชุมชน และกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ยื่นหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้แก้ไขปัญหาสมาชิกวิสาหกิจและเครือข่ายจำนวน 500 ครอบครัวอีก แต่เรื่องก็เงียบหายไป

ล่าสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560 นายดี  จันทคลักษณ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตอาหารสัตว์ พร้อมสมาชิกเครือข่ายและวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหญ้าแพงโกล่า บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ได้เดินทางเข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมกรณีปัญหาของวิสาหกิจชุมชนฯ กับผู้บริหารสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) และ ผอ.เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่มีปัญหากันมายาวนานที่ไม่ได้รับการแก้ไข โดยยื่นเอกสารทั้งหมดให้สำนักงานพัฒนาระบบราชการ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กรุงเทพมหานคร เพราะถือว่าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ไม่ทำตามพันธสัญญาประชาคม และไม่ทำตามพระราชกฤษฎีกาสำนักงานท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.เดิม) จนกระทั่งในวันนี้ (20 กรกฎาคม 60)นายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้ลงรับฟังปัญหาชาวบ้านดังกล่าว

ทางด้าน นายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดจะให้ดำเนินการเสร็จสิ้นได้ภายในวันเดือน สิงหาคม 2560 นี้ เพราะการส่งอาหารสัตว์ของวิสาหกิจฯ จะหมดสัญญากับเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีในเดือนกันยายน 2560 ที่จะถึงนี้แล้ว ก็เป็นห่วงเรื่องอาชีพและเรื่องปากท้องของชาวบ้าน หากกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนก็จะเสียดอกเบี้ย และไม่มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรอีก อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวจะมอบให้ศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการประสานวิสาหกิจชุมชนได้เจรจาพูดคุยกันกับทางผู้รับผิดชอบที่บริหารเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี อย่างไรก็ตามเท่าที่ทราบปัญหาผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะประธานบอร์ดสำนักงานพัฒนาพิงคนครด้วย ก็ต้องมาช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพราะเท่าที่ผ่านมาเพียงไม่มีการพูดคุยกันเท่านั้น

นายดี จันทคลักษณ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตอาหารสัตว์ กล่าวว่า การลงพื้นที่มาแก้ไขปัญหาของสำนักนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ประชาชนไม่พอใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผลิตอาหารสัตว์ ได้ร้องศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ไปหมดแล้ว แต่เรื่องก็เงียบไปนานหลายปี จนกระทั้งล่าสุดต้องเดินทางไปร้องเรียนสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อผู้ตรวจการสำนักนายกรัฐมนตรีเดินทางมารับฟังปัญหา ให้คำตอบเพียงมอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่แก้ไขปัญหาให้ ชาวบ้านไม่เชื่อมั่นใจกระบวนการทำงานในระดับจังหวัด เพราะผู้ที่ดูแลเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่เป็นประธานบอร์ด คือผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และปัญหาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตอาหารสัตว์ก็ฟ้องผู้บริหารสำนักงานพัฒนาพิงค์นคร และผู้บริหารไนท์ซาฟารีอยู่แล้ว ดังนั้นการต่อสู้ของชาวบ้าน 500 ครอบครัวต่อไปนี้ ได้หวังเพียงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาล เท่านั้น.