“ประพันธ์ บูรณุปกรณ์” ประกาศพร้อมสู้ศึก ชิงเก้าอี้นายกเจดีย์ขาว

0
43

นายประพันธ์ บูรณุปกรณ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ และอดีตรองนายก อบจ.เชียงใหม่ ประกาศมีทีมพร้อมลงสู้ศึก ชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีเททศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งกลางปีหน้า หลังจากที่ นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน เปิดทางและไม่เล่นการเมืองท้องถิ่น

เมื่อ 12.00 น.วันที่ 5 พฤศจิกายน 61 ที่ห้องอาหารเจ้านาง โรงแรมดิ เอ็มเพรส เชียงใหม่ นายประพันธ์ บูรณุปกรณ์ ได้เชิญผู้สื่อข่าวหลายสำนักในพื้นที่ ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า ตนพร้อมจะลงสู้ศึกการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมทีมสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ทุกแขวง โดยขณะนี้ได้ทีมผู้ร่วมอาสามารับใช้พี่น้องประชาชน เป็นสมาชิกในฝั่งของ กลุ่มช้างงาน ที่มีนายพูลสวัสดิ์ วรวัลย์ หรือเสี่ยตุ้ม นำทีม มาร่วมอุดมการณ์ในครั้งนี้

               นายประพันธ์ เปิดเผยต่อว่า หลังจากที่ตนได้สัมผัสการเมืองท้องถิ่นและเข้าทำงานในการเมืองตั้งแต่ปี 2538 และปี 2540 ตนทราบดีถึงการทำงาน และถึงแม้ว่าปัจจุบันจะเป็นคนในตระกูลบูรณุปกรณ์ คือนายทัศนัย บริหารงานในตำแหน่งนายกเทศมนตรี แต่ตนยังเฝ้าดูมาตลอด มีทั้งถูกใจบ้างและไม่ถูกใจบ้าง แต่ก็ไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายในการทำงานแต่อย่างใด ทั้งนี้สิ่งที่ตนเห็นว่าควรจะมีการพัฒนา มีอยู่ 3-4 ทาง คือเรื่องของการปรับปรุงเรื่องของซอกซอยทุกสายในเขตเทศบาลฯ ที่สร้างมานานและเริ่มหมดอายุ ทั้งถนนที่ยางมะตอยเสื่อมอายุ  ท่อระบายน้ำ ซึ่งในอดีตเป็นท่อระบายน้ำขนาดเล็ก แต่เมืองเกิดการขายตัว เมื่อฝนตกจึงเกิดน้ำท่วม โดยหากตนได้ไปนั่งบริหารงานในสมัยหน้า จะตั้งงบจากเทศบาลฯ ที่มีทั้งหมดปีละกว่า 1,000 ล้านบาท  จัดงบประมาณมาทำเพียงปีละ 100 ล้านบาท ใน 1 สมัย 4 ปี อยู่ที่ 400 ล้านบาท ทั้งนี้บางแห่งก็ยังไม่เคยมีท่อระบายน้ำอย่างที่ ต.ฟ้าฮ่าม หรือกาดก้อม เมื่อฝนตกน้ำท่วมขังตลอด เป็นต้น

นอกจากนี้ตนยังห่วงใยเรื่องสาธารณสุขในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งมีโรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ สูง 3 ชั้น สร้างตั้งแต่ปี 2538 ยุคสมัยที่นายมนัส ศิริมหาราช เป็นเทศมนตรีดูแลด้านโยธา ซึ่งมาถึงยุคปัจจุบันไม่มีความสะดวกแล้ว และมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จนพี่น้องในพื้นที่ต้องก่ระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ รอบเมืองเชียงใหม่ ซึ่งตนเห็นว่าเทศบาลฯ มีพื้นที่อยู่แล้วที่ย่านบ้านเด่นติดกับแม่น้ำปิง ควรจัดสร้างใหม่ขนาด 8 ชั้น 50 เตียงขึ้นไป ส่วนศูนย์สุขภาพที่มีแต่ละแขวงนั้น ให้ขยับขยายทุกแห่ง เพราะกำลังของพยาบาลในสังกัดขณะนี้มีกว่า 50 คน และในเรื่องของเทศกาลต่างๆที่เป็นเสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่ ทั้งยี่เป็ง สงกรานต์ ไม้ดอกไม้ประดับนั้น ขณะนี้เริ่มหมดเสน่ห์ลงไปและมีหลายจังหวัดชิงตำแห่งการจัดงานเหล่านี้ไปแล้ว ดังนั้นจึงต้องหันมาแก้ไขให้เสน่ห์เหล่านี้คงอยู่สืบไป ขณะที่เชียงใหม่มีทั้งศิลปวัฒนธรรมที่เก่าแก่มากกว่า 700 ปี

และสุดท้ายในเรื่องของการศึกษา ซึ่งเทศบาลฯ มีโรงเรียนเทศบาลในสังกัด 11 โรง แต่ไม่เป็นที่นิยมของผู้ปกครองที่จะนำบุตรหลานมาเรียน เพราะส่วนใหญ่จะนำบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ตนอยากจะพัฒนาให้ดีขึ้น ยกตัวอย่างที่โรงเรียนเทศบาลท่าสะต๋อย จะให้นำร่องเป็นโรงเรียน 2 ภาษา (Bilingual School) เพราะเคยถาม ผอ.ทราบว่ามีครูที่จบด้านภาษาอยู่ถึง 3 คน หากเพิ่มเป็น 5 คน และจ้างครูต่างชาติเจ้าของภาษามาช่วยอีกคน น่าจะสามารถทำได้ โดยตนจะจ่ายค่าจ้างครูฝรั่งเอง  ซึ่งทุกอย่างเป็นไปได้ ทั้งนี้นายประพันธ์กล่าวส่งท้ายว่า การตัดสินใจลงสู้ศึกการเมืองท้องถิ่นครั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลฯ เป็นผู้ตัดสิน

               และในวันเดียวกันนายประพันธ์ บูรณุปกรณ์ ได้มอบแพมเพิร์ส ผ้าห่ม และถุงยังชีพ ส่วนหนึ่งให้นายดนัย สารพฤกษ์ ผอ.ส่วนส่งเสริมสาธารณสุข เทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่อีกด้วย.