นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ เผยผลกระทบกว่า 70,000 คน หลังประกาศจังหวัดโซนสีแดง

0
99

เมื่อ 16 เมษายน 64 หลังจากทางด้านคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ ได้เสนอ ศบค.ชุดใหญ่ พิจารณา ในการยกระดับมาตรการการควบคุมโควิด-19 เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังเทศกาลสงกรานต์ โดยมีการปรับพื้นที่จังหวัดเป็น 2 ระดับ สีแดง 18 จังหวัด
และสีส้ม 59 จังหวัด นั้น โดยจังหวัดเชียงใหม่เป็นหนึ่งในพื้นที่โซนสีแดงร่วมกับหลายจังหวัด และต้องปฏิบัติตามมาตรการ คือปิดผับ บาร์ อาบอบนวด ร้านอาหารนั่งทานได้ แต่ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดได้ไม่เกิน 21.00 น.นั้น ทางด้านนายกสมาคมร้านอาหาร
และสถานบันเทิงเชียงใหม่ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงผลกระทบของร้านอาหารในพื้นที่

นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ เปิดเผยกับทีมข่าว Top News ว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ทางจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกคำสั่งให้สถานบันเทิงและร้านอาหาร ห้ามไม่ให้มีการนั่งดื่มหรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน ส่วนมาตรการของภาครัฐที่ประกาศช่วงบ่ายวันนี้ หากประกาศให้ร้านปิดไม่เกิน 3 ทุ่ม ก็คิดว่ามีผลกระทบแน่นอน เพราะว่าต้นเหตุของเชียงใหม่ที่มีการแพร่ระบาดของโควิดครั้งนี้ เกิดจากสถานบันเทิง ซึ่งเป็นส่วนน้อยมากของจังหวัด ที่มีไม่เกิน 200 ร้าน
ขณะที่ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือสตรีทฟู๊ด ที่เชียงใหม่ มีกว่า 12,800 ร้าน มีผู้ทำงานในเครือข่ายนี้กว่า 70,000 คน ซึ่งหากมีการปิดร้านอาหารเหล่านี้เร็วขึ้นเป็น 3 ทุ่ม ตนเห็นว่าเร็วเกินไป จะให้ดีควรอยู่ที่ประมาณ 4 ทุ่ม เพราะมีการงดดื่มและจำหน่ายแอลกอฮอล์อยู่แล้ว
ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ดี

“จริงๆแล้ว คำสั่งของทางจังหวัดก็ถือว่าดี เป็นการอัพเดทของพื้นที่ และบางอย่างก็มีคำสั่งเร็วกว่าส่วนกลาง เพียงแต่บางเรื่องอาจจะต้องให้ผู้ประกอบการหรือตัวแทนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ และมีผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยจากโควิดที่ระบาดมากว่า 3 รอบ ธุรกิจร้านอาหารสถานบันเทิง เป็นอะไรที่ต้องลงทุนเป็นรายวัน ทั้งวัตถุดิบ ของสต๊อก ต้องจ้างพนักงาน ซึ่งต้องกระทบไปแล้วกว่า 70,000 คน ในวิกฤติการณ์ในครั้งนี้” นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าว


นายธนิต ชุมแสง กล่าวต่อว่า สำหรับธุรกิจร้านอาหารในเชียงใหม่ จากการที่เคยสำรวจ พบว่าสามารถสร้างรายได้ GDP ให้ทางจังหวัดเชียงใหม่กว่า 10% หรือประมาณ 20,000 กว่าล้านบาท/ต่อปี ถ้าคิดเป็นวันๆละหลายสิบล้านบาท ที่เกิดความเสียหายกต่อรายได้ในส่วนนี้ ของผู้ประกอบการ ร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ และหากมีการประกาศ 14 วัน และจะมีการเพิ่มเติมระยะเวลาอีกภายหลังจากนี้ ตนคิดว่าทางภาครัฐควรจะแยกแยะระหว่างร้านอาหารกับสถานบันเทิงเลย ซึ่งมาตรการของร้านอาหารยังไม่มีรายงานเรื่องของไทม์ไลน์ว่ามีผู้ติดเชื้อจากร้านอาหาร ซึ่งร้านอาหารในเชียงใหม่ 1 หมื่นกว่าร้าน ก็มีมาตรการที่ป้องกันอย่างเป็นระบบมานานแล้ว ทั้งการคัดกรอง ความสะอาด การสวมใส่แมสของพนักงาน ก็ปฏิบัติมาตั้งแต่ระลอกแรกและต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นอยากให้แยกแยะมาตรการที่จะใช้กับกลุ่มของร้านอาหาร ทั้งร้านอาหาร เรสทัวร์รองค์ ร้านกาแฟ หรือสตรีทฟู๊ด ก็อยากให้มีมาตรการเฉพาะ ส่วนสถานบันเทิงที่ใช้มาตรการเข้มข้นนั้นถูกต้องแล้ว ทั้งนี้ภาครัฐควรที่จะจัดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และบุคลากร ผู้ประกอบการร้านอาหาร น่าจะเป็นกลุ่ม
ที่ได้รับวัคซีนตรงนี้ด้วย เพราะเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองเชียงใหม่เหมือนกัน.