ชาวพม่าในเชียงใหม่นัดชุมนุมต้านรัฐประหาร ถูก จนท.สนามกีฬาล็อคประตูห้ามชุมนุม

0
163

เมื่อ 16.00 น.วันที่ 4 เมษายน 64 ชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นัดชุมนุมต้านรัฐประหารของทหารเมียนมา ที่นำโดย พลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในชื่อการชุมนุม “Solidarity Myanmar” หรือ ความเป็นปึกแผ่นของเมียนมา ซึ่งมีชาวพม่าหลากหลายชาติพันธุ์ อาทิ ชาวไทใหญ่ กระเหรี่ยง กระเหรี่ยงแดง คะฉิ่น ฯลฯ ที่ทำงานในพื้นที่กว่า 400 คน เดินทางมารวมตัวกันบริเวณหน้าประตูทางเข้าสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ ด้านทิศตะวันออก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของสนามกีฬาไม่อนุญาตให้กลุ่มที่เดินทางมาชุมนุม เข้าไปในพื้นที่ของสนามกีฬา โดยอ้างว่าพื้นที่ไม่อนุญาตให้ชุมนุม ยกเว้นเฉพาะผู้ที่จะเข้าไปออกกำลังกายเท่านั้น ขณะที่ก่อนหน้านี้มีกลุ่มแกนนำชาวพม่าบางส่วนประมาณ 10 คน ได้เข้าไปในพื้นที่ก่อนแล้ว และมีการเจรจากับเจ้าหน้าที่ภายในสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่  โดยแกนนำผู้ชุมนุมเผยว่า ได้ทำการอนุญาตเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้มีการนัดหมายชุมนุมกันที่ข่วงประตูท่าแพ แต่มีการขอพื้นที่เนื่องจากมีการเตรียมงานสงกรานต์เชียงใหม่ จึงย้ายสถานที่ชุมนุมดังกล่าว ทั้งนี้มีชาวพม่าเดินทางมาด้วยรถจักรยานยนต์และรถกระบะมาร่วม ชุมนุมออกันที่หน้าประตูทางเข้าเพิ่มขึ้นจนหนาตาจนล้นออกมาบนผิวจราจร และเริ่มเบียดทางสัญจรของยานพาหนะที่ผ่านไปมา 

โดยบรรยากาศบริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าสนามกีฬา มีแกนนำผู้ชุมนุม คือ นายวิน หมิ่น (Win Myint) จากกลุ่ม We Are Mayanmar (Thailand) ได้ปลุกระดมมวลชน และร้องเพลงปลุกใจหลายเพลงเป็นภาษาพม่า รวมทั้งร่วมกันขับไล่ พลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ด้วยเสียงกึกก้อง นอกจากนี้มีการจำหน่ายเสื้อยืดเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือพี่น้องชาวพม่า ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ถือภาพถ่ายของ นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (พรรคเอ็นแอลดี) โดยตลอดการรวมตัวชุมนุมกันมีการชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว เพื่อแสดงออกถึงการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังมีการแจกธงสัญลักษณ์และผ้าสีแดงเพื่อผูกบนศีรษะ ทั้งนี้ในเวลา 17.00 น.มีแกนนำเดินทางมาบอกผลการเจรจา ว่าเจ้าหน้าที่สนามกีฬาฯ ไม่อนุญาตให้ชุมนุม จึงตัดสินใจขอพื้นที่บริเวณสวนหน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่ เป็นที่ชุมนุมแทน และได้ทยอยเดินทางไปจุดหมายใหม่ โดยเหตุการณ์ทั่วไปเป็นไปอย่างสงบ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก มาดูแลความปลอดภัย

วัตถุประสงค์การชุมนุมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการระดมทุนเพื่อสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐประหารในประเทศเมียนมาร์ (CDM) โดยรูปแบบการระดมทุนจะมีการขายอาหาร เสื้อ ผ้าคาดหัว และเปิดรับบริจาค พร้อมกันนี้ได้มีการเรียกร้อง ให้มีการปล่อยตัวนางอ่องซานซูจี และดูแลความปลอดภัยของนางอ่องซานซูจี และขอให้คืนประชาธิปไตยและเคารพผลการเลือกตั้งของเมียนมาร์เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 63 ที่ผ่านมา และแสดงจุดยืนไม่ยอมรับการรัฐประหาร โดยมี สโลแกนการชุมนุมในครั้งนี้ว่า “การปฏิวัติครั้งนี้ ประชาชนต้องชนะ”


ทางด้าน นางสาวเฉี่ยวโป ( Shwepoe) อายุ 29 ปี ซึ่งอาศัยและทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ มาแล้วกว่า 20 ปี กล่าวว่า ตนและเพื่อนชาวพม่า 5 คน เดินทางมาเชียงใหม่เพื่อให้กำลังใจพี่น้องชาวพม่าในเชียงใหม่ เพื่อต้านรัฐประหารในพม่า โดยปัญหาการเข่นฆ่าประชาชนในพม่าขณะนี้รับไม่ได้ และไม่ยุติธรรมกับประชาชน เขามีอำนาจอยากทำไรก็ทำ ไม่คิดถึงประชาชน ไม่ว่าจะมีกินหรือไม่มีกิน หรือเสียชีวิตไป เวลานี้ไม่สามารถติดต่อทางญาติในพม่าไม่ได้ เพราะมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต สำหรับตนมีอะไรเท่าที่ช่วยเหลือได้คือการไปชุมนุมต่อต้านทุกแห่ง แม้แต่ที่หน้า UN ก็ไป เพื่อพี่น้องพม่าของตน แม้ว่าจะเรียกร้องแล้วไม่ฟัง ก็ได้แต่เพียงชุมนุมต่อต้านเท่านั้น อยากให้พี่น้องที่อยู่ในพม่าดูแลตัวเอง ไม่อยากให้เกิดปัญหาเพิ่ม เพราะมีคนตาย 500 กว่าคนแล้ว และคนที่ตายอายุน้อยมาก เด็กก็ยังมี

นายพล แกนนำชาวพม่าอีกคนหนึ่ง เปิดเผยว่า การชุมนุมในวันนี้ ก็ต่างคนต่างมาเป็นการบอกต่อๆกัน เป็นการแสดงความเป็นหนึ่งเดียวและน้ำใจของทุกชนเผ่า ต่างก็มาด้วยใจทั้งสิ้น โดยขอให้ชาวไทยช่วยเห็นใจเพราะขณะนี้มีผู้อพยพเชาวพม่าหนีข้ามาในไทยจำนวนมาก โดยอยากจะให้สเบียงอาหารที่ส่งไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยนั้น ส่งไปถึงผู้ลี้ภัยจริงๆ โดยช่วยเหลือด้วยมนุษยธรรม ส่วนผู้ที่อยู่ในประเทศพม่าก็อยากให้สู้ต่อไป