ชาวบ้านแห่รับพืชผัก น้ำใจกลุ่มชาติพันธุ์จากอมก๋อยสู่ชาวเมือง ขนแจกกว่า 10 ตัน ช่วยวิกฤตโควิด

0
100

14 พฤาภาคม 64 ประชาชนทั้งในพื้นที่โดยรอบชุมชนท่าสะต๋อย ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และคนต่างพื้นที่ในเมืองเชียงใหม่ นับพันคน เดินทางด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมาก จนการจรจรติดขัดบริเวณซอยเข้าสู่วัดท่าสะต๋อย เพื่อเข้าไปรับแจกพืชผัก ที่ประกอบไปด้วย ฟักทอง พริกหยวก และมะเขือเทศ โดยส่วนใหญ่ทราบข่าวหลังจากที่โลกโซเชียลพากันแชร์ภาพกองฟักทองจำนวนมาก พร้อมเชิญชวนให้ไปรับแจกฟรี ซึ่งเดิมที่กำหนดแจกที่ลานอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ หน้าค่ายกาวิละ มทบ.33 แต่เนื่องจากเกรงว่าสถานที่คับแคบยากต่อการจัดระเบียบตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 จึงย้ายสถานที่ไปยังวัดท่าสะต๋อยแทน



โดยบรรยากาศที่วัด พบว่ามีประชาชนจำนวนมากยืนต่อแถวเรียงกันตามคิวเพื่อรอรับสิ่งของ โดยมีเจ้าหน้าที่ สห.มทบ.33 คอยอำนวยความสะดวกในการจัดระเบียบ ก่อนที่จะทยอยเดินผ่านจุดคัดกรองที่มีเจ้าหน้าที่พยาบาล พร้อมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ รพ.ค่ายกาวิละคอยคัดกรองประชาชน ก่อนจะเดินเข้าไปภายในโถงกว้าง ที่ทางทหาร มทบ.33 จัดรถครัวสนามมาปรุงอาหารสุกใส่กล่องแจกประชาชน นอกจากนี้ยังมีการแจกน้ำดื่ม จากนั้นเข้ารับมะเขือเทศคนละ 1 ถุง พริกหยวกคนละ 1 แพค และฟักทองอีกคนละ 1 ลูก ซึ่งแต่ละคนที่มารับสิ่งของ ต่างหิ้วถุงพะลุงพะรัง เพื่อนำไปใส่ไว้บนรถจักรยานยนต์ โดยบางครอบครัวก็พาบุตรหลานมาด้วย และบอกว่าดีใจที่มีโครงการแบบนี้ในยุคที่เงินทองหายาก เพราะบางคนที่ทำงานปิดกิจการ ตกงาน ไม่มีรายได้ เพราะผลกระทบจากโควิด-19 ระบาด และต้องขอบคุณโครงการที่ดีและความมีน้ำใจของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ชาว อ.อมก๋อย ที่นำผลผลิตทางการเกษตรมาให้ แม้จะอยู่ห่างไกลแต่ไม่เคยแล้งน้ำใจต่อคนในเมือง และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารที่ร่วมจัดโครงการนี้ขึ้น


นายธนเซีย วงศ์โสตผลิไกร หรือ พ่อหนานหล้า ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์อำเภออมก๋อย เปิดเผยว่า โครงการนี้ทำมาตั้งแต่การระบาดรอบแรกเมื่อปีที่ผ่านมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยร่วมกับทางทหาร มทบ.33 ที่ทำการรณรงค์เรื่องลดการปลูกฝิ่นในพื้นที่อมก๋อยร่วมกัน ประกอบกับราคาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ตกต่ำ ฟักทอง จากเดิม กก.ละ 10 กว่าบาท ขณะนี้เหลือเพียง กก.ละ 2 บาท ส่วนพริกหยวก จากเดิม กก.ละ 20-30 บาท ขณะนี้ราคาเพียง กก.ละ 3 บาทเท่านั้น เกษตรกรกลุ่มชาติพันธุ์อำเภออมก๋อย จึงประสานทาง มทบ.33 เพื่อนำผลผลิตเหล่านี้มาแจกจ่ายพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รวมจำนวนกว่า 10 ตัน ส่วนหนึ่งเป็รการรวบรวมจากเกษตรกร และอีกส่วนหนึ่งตนซื้อในพื้นที่ราคาถูก เพราะผลผลิตในพื้นที่มีกว่า 1 หมื่นตันต่อปี และเป็นที่ปลูกพริกหยวกรายใหญ่ที่สุดของประเทศ และในพื้นที่ก็ยังสต็อคไว้อีกกว่า 10 ตัน เผื่อฉุกเฉิน พร้อมทำโครงการรวบรวมข้าวจ้าวดอย จากชาวบ้านในพื้นที่ ครอบครัวละ 5 กก. คาดว่าจะมีกว่า 5 ตัน เพื่อเตรียมไว้ทำโครงการช่วยเหลือโควิดต่อไป ส่วนตัวมีความภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือวิกฤตโควิดในครั้งนี้.