คณะแพทย์ศาสตร์ มช.ไอเดียเจ๋ง DIY เครื่องฟอกอากาศใช้เอง ขณะที่แพทย์ระบุ PM 2.5 เป็นฆาตกรใกล้ตัวที่มองไม่เห็น

0
210

เมื่อ 17 มีนาคม 64 บุคลากรคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โชว์ไอเดียเจ๋งผลิตเครื่องฟอกอากาศ DIY หรือตระกร้าฟอกฝุ่น เพื่อใช้ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 แบบง่าย ๆในราคาหลักพัน ทำจากวัสดุตามท้องตลาดทั่วไป เช่น ตระกร้าใส่ผ้า 2 ใบ พัดลมดูดอากาศ ขนาด 12 นิ้ว จากนั้นใช้ผ้ากรองฝุ่นหรือแผ่น Filter มาหุ้ม วิธีทำคือใช้พัดลมดูดอากาศมาครอบฝาตระกร้าใส่ผ้า จากนั้นใช้เทปกาวผ้า พันให้สนิทและใช้แผ่นผ้ากรองมาคลุมรอบๆตระกร้าใบแรก ก่อนที่จะนำไปใส่ในตระกร้าใบที่ 2 ขั้นตอนต่อไปนำตระแกรงพลาสติกมาครอบบนพัดลมอีกครั้ งเพื่อความแน่นหนาและปลอดภัย โดยเครื่องหนึ่งมีต้นทุนประมาณ 1,000 บาท ขณะที่เครื่องฟอกอากาศทั่วไปที่วางขายตามท้องตลาดมีราคาประมาณเครื่องละ 3-4 พันบาท ซึ่งสามารถกรองอากาศได้ผลกว่า 80% โดยผลิตมาใช้ได้ระยะหนึ่งแล้ว และจะนำมาใช้ในช่วงที่มีสภาพหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่มีค่าสูง โดยมีการผลิตและแจกจ่ายให้กับบุคลากรแผนกต่างๆนำไปใช้ในคณะและในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นการประหยัดงบประมาณของภาครัฐได้ส่วนหนึ่ง และได้สภาพอากาศที่ดีต่อสุขภาพ   ขณะที่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดรณรงค์แและดูแลสุขภาพ กรณีปัญหาฝุ่นควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือแก่บุคลากร พร้อมมอบแผ่น Filter เครื่องกรองอากาศแก่หัวหน้างานภาควิชาต่างๆ ได้แก่ แพทย์ศูนย์ศรีพัฒน์ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ฝ่ายการพยาบาล ฝ่ายเภสัชกรรม หน่วยงานสนับสนุน ตลอดจนนักศึกษาแพทย์ สำหรับนำไปเปลี่ยนไส้กรองเครื่องฟอกอากาศ DIY ด้วย

ทางด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชายชาญ โพธิรัตน์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคระบบการหายใจเวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ ได้กล่าวให้ความรู้ในเรื่องผลกระทบของฝุ่น PM 2.5 ว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 มีขนาดเล็กมากจึงมาสามารถเล็ดลอดเข้ารูจมูกของเราเข้าไปได้ ไปอยู่ใต้โพรงจมูกส่วนบน จนถึงกล่องเสียง ประมาณช่วง 10-30 ไมครอน และขนาดที่เล็กกว่า 30 ไมครอน จะผ่านจากกล่องเสียงเข้าไปยังเนื้อปอด โดยจากการเคยตรวจสอบผู้ป่วยที่มีโพรงจมูกอักเสบจากการสูดฝุ่นมรณะดังกล่าว พบว่า มีเม็ดฝุ่นละเอียดเกาะคล้ายผิวกระดาษทราย มีลักษณะบวม แดง และแฉะ หรือพบเม็ดฝุ่นละเอียดเกาะผนังเส้นเลือด และเส้นเลือดมีลักษณะบวมแดงหรือปริ หรือมีคราบจากเชื้อแบคทีเรีย มีลักษณะจุดเลือดออก บวม แดง เป็นต้น ทั้งนี้ผลกระทบต่อสุขภาพของฝุ่นขนาดเล็กนั้นมีตั้งแต่ผลกระทบเริ่มต้นที่ยังไม่มีอาการ ผลกระทบปานกลาง หรือในระดับที่รุนแรง อายุอาจสั้นลง ป่วยฉุกเฉิน นอนโรงพยาบาล หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้  ทั้งนี้มีการยกตัวอย่างจากสถิติเมื่อปี 2552 ในประเทศไทย มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จำนวน 38,410 ราย แต่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 9,490 ราย นับว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กคร่าชีวิตมากกว่าถึง 4 เท่าตัว นอกจากนี้ผลกระทบในระยะยาวพบว่า ชาวโลกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นมรณะรายปี ที่เพิ่มขึ้นทุก 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะมีช่วงอายุขัยสั้นลง 0.98 ปี

ศ.นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคระบบการหายใจเวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์


ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชายชาญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อแนะนำแก่ประชาชนในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก คือ 1.ให้ตรวจดูค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ PM 2.5 เป็นระยะ ทุก 1-3 ชั่วโมง 2.จัดตัวเองให้อยู่ในกลุ่มภูมิแพ้ / กลุ่มเปราะบาง / กลุ่มปกติ ควบคุมโรคให้ดี อย่าขาดยา ซักซ้อมดูแลตัวเองเมื่อโรคกำเริบ 3. ในบ้านเรือน ที่ทำงาน โรงเรียน ควรมีห้องอากาศสะอาด อย่างน้อยในห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องเรียนควรมีเครื่องฟอกอากาศชนิดใช้แผ่นกรองละเอียดประสิทธิภาพสูง (HEPA Filter) ควรมีเครื่องวัด PM 2.5 เพื่อติดดตามประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศ และหลังฟอกอากาศสัก 30 นาที ค่า PM 2.5 ควรต่ำมากๆ ระหว่าง 0-10 หรือสูงสุดไม่เกิน 35 มตก./ ลบ.ม. 4.ควรใส่หน้ากาก N 95 หรือเทียบเท่า เพื่อเป็นการป้องกัน PM 2.5 ที่เป็นฆาตกรใกล้ตัวที่มองไม่เห็น.