ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน เชียงดาว เปลี่ยนภาระให้กลายเป็นพลัง สานฝันผู้พิการสู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

0
286

ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการจัดโครงการ “ปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind” เมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่คนตาบอดปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ รวมระยะทางกว่า 867 กิโลเมตร เพื่อระดมทุนก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นจำนวน 150 ล้านบาท ซึ่งในครั้งนั้นทางมูลนิธิฯ ได้รับยอดเงินบริจาคจากการจัดกิจกรรมทั้งสิ้นกว่า 32 ล้านบาท ดังนั้นในปีนี้จึงได้จัดกิจกรรม “ปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind ปี 2” ขึ้นเป็นปีที่ 2 อย่างต่อเนื่อง เพื่อระดมทุนบริจาคในการนำไปใช้ก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนให้แล้วเสร็จ

“หลังจากที่มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ได้ดำเนินการก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนที่อำเภอเชียงดาว มาเป็นระยะเวลา 1 ปี พบว่ามีผู้พิการ และผู้ดูแลคนพิการในภูมิภาคอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ที่ติดต่อเข้ามา เพื่อขอรับการฝึกอาชีพ ทางมูลนิธิฯ จึงมีแนวคิดในการจัดสร้าง ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนเพิ่มเติมอีก 1 แห่งที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อขยายโอกาสให้ผู้พิการในพื้นที่ภาคกลางได้รับโอกาสในการฝึกทักษะอาชีพอย่างทั่วถึง จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind ปี 2 ก็เพื่อระดมทุนบริจาคเพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อำเภอเชียงดาวให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ และเริ่มก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนที่อำเภอนครชัยศรี ควบคู่กันไป ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ก็จะสามารถรองรับการฝึกอาชีพให้กับผู้พิการได้มากถึง 1,000 คนต่อปี ไม่รวมกับผู้ดูแลและครอบครัว”

สำหรับโครงการ “ปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind ปี 2” นั้น ในปีนี้จะมีคนตาบอดจำนวน 22 คนและอาสาสมัคร 22 คน ร่วมกันปั่นจักรยาน จากกรุงเทพฯ ถึงศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ผ่าน 15 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครราชสีมา ลพบุรี สระบุรี อยุธยา ปทุมธานี สุพรรณบุรี และนครปฐม ในระหว่างวันที่ 9 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2562 รวมทั้งสิ้น 14 วัน ระยะทางรวม 1,500 กิโลเมตร โดยในแต่ละจังหวัดจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้คนในสังคมเห็นศักยภาพของผู้พิการและให้โอกาสผู้พิการในการพัฒนาตนเองเพื่อเป็นพลังในการพัฒนาสังคมต่อไปในอนาคต  และในการนี้ มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นประธานในการเปิด โครงการ “ปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind ปีที่ 2” และทรงนำร่วมปั่นจักรยานจาก สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถึงจังหวัดสมุทรปราการ ระยะทาง 50 กิโลเมตรด้วย

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมและพัมนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 มีคนพิการจำนวน 2,022,481 คน (ร้อยละ 3.05 ของประชากรทั้งประเทศ) คนพิการที่อยู่ในวัยทำงาน (อายุ 15 – 60 ปี) จำนวน 877,853 คน ซึ่งมีคนพิการในวัยทำงานที่ประกอบอาชีพ จำนวน 218,490 คน (ร้อยละ 24.89) การสร้างหรือฝึกอาชีพให้กับผู้พิการอย่างเหมาะสมนั้น ถือเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเปลี่ยนผู้พิการที่ถูกมองว่าเป็นภาระให้กลายเป็นอีกหนึ่งพลังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศได้

สอดคล้องกับเป้าหมายของ “มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ” ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานแบบ Empowerment ผู้พิการ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างให้ผู้พิการมีรายได้ สร้างให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้คนพิการก้าวพ้นความยากจน สามารถประกอบอาชีพอิสระ มีรายได้ที่เพียงพอและยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการจัดตั้ง “ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่” ที่จะเป็นต้นแบบของศูนย์ฝึกอาชีพสำหรับคนพิการในระดับภูมิภาคอาเซียน เพื่อพัฒนาผู้พิการให้เป็นประชากรที่สามารถพึ่งพาตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.