สืบเมืองเชียงใหม่จับแก็งค์โจรกรรมหมวกกันน็อค ขโมยมาแล้วเกือบ 50 ใบ

เมื่อ 10.30 น.  วันที่ 4 เมษายน 60 พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่พร้อมชุดสืบสวนฯ แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ในคดีโจรกรรมหมวกนิรภัย จำนวน 2 คน คือนายเอกพันธ์  หรือโอม  ทูลโรจน์ อายุ 25 ปี ที่อยู่  103 หมู่  2  ต.ดอนแก้ว  อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่  และ นายเจษฎา หรือบี ปัญญาวรรณ์ อายุ 19 ปี ที่อยู่ 212 หมู่ 7 ต.ม่วงน้อย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน กรณี“ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยจับกุมได้เมื่อ 3 เมษายน 60 พร้อมของกลางเป็นหมวกกันน็อคจำนวนหลายใบ และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้ารุ่นสกูปี้สีแดง  1  คัน

ก่อนการจับกุมในคดีนี้ ได้เกิดเหตุลักทรัพย์หมวกนิรภัย ที่ลานจอดรถจักรยานยนต์โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย  ถ.ราชวิถี  ต.ศรีภูมิ  อ.เมือง  จ.เชียงใหม่  เมื่อวันที่ 4  มี.ค.ที่ผ่านมา จึงได้สอบสวนปากคำผู้เสียหาย ทราบว่าทรัพย์สินธุที่คนร้ายได้ไปเป็นหมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีขาวยี่ห้อ RIDER ราคา 1,500  บาท จำนวน  1  ใบ   จากนั้นจึงได้ออกสืบสวนติดตามคนร้ายจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีไปตามเส้นทาง จ.ลำพูน กระทั่งได้เบาะแสจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ

ต่อมาตำรวจทราบเบาะแสว่ามีชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน นำหมวกนิรภัยมาเสนอขายให้กับทางร้านแห่งหนึ่งโดย 1 ใน 2 คน เป็นชายแต่ทำตัวเป็นหญิง ซึ่งมีรูปร่างลักษณะตรงกันกับคนร้ายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานไว้ จึงแจ้งให้รับซื้อหมวกใบดังกล่าวไว้ แล้วขอทำการถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวผู้ขายไว้ ระบุชื่อนายเจษฎา  หรือบี  ปัญญาวรรณ์  พร้อมกับรับเงินจากสายลับแล้วพากันออกจากร้านไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบข้อมูลตามที่สายลับได้จากชายวัยรุ่นทั้ง 2 คน และตรวจสอบภาพถ่ายขณะคนร้ายทั้ง 2 คนนำเอาหมวกนิรภัยมาเสนอขาย พบว่ามีรูปร่างลักษณะตรงกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุลักหมวกนิรภัยที่ลานจอดรถภายในโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ต่อมาพบเห็นนายเจษฎา  หรือบี  ปัญญาวรรณ์ และนายเอกพันธ์  หรือโอม  ทูลโรจน์ อยู่บริเวณหน้าบ้านของตนเอง จึงได้จับกุมตามหมายจับ พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ ที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุและตรวจยึดหมวกนิรภัยและของกลางอื่นอีกหลายรายการ  ทั้งสองสารภาพว่าก่อเหตุลักหมวกนิรภัยตามสถานที่ต่างๆทั้งในวัด โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ลานจอดรถ และอีกหลายแห่งในเขตเชียงใหม่และลำพูน รวม   42  ครั้ง  ได้หมวก 47 ใบ โดยจะเลือกหมวกที่มียี่ห้อดัง ราคาแพง และจะนำหมวกไปขายใบละ 500 บาท หรือบางใบมีราคานับ 10,000 บาท จากนั้นนำเงินมาแบ่งกันและเที่ยวเตร่.