ทายาทนายพลเลาลี ร้องผู้ว่าฯ กรณีถูกอ้างเรี่ยไร การก่อสร้างอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีน “ก๊กมินตั๋ง”

0
353

ครอบครัวลูกหลานอดีตทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 หรือ ก๊กมินตั๋ง และสหายร่วมรบที่มีชีวิตอยู่ โร่ยื่นหนังสือพบผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีการก่อสร้างอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติ กองทัพที่ 3 แห่งใหม่  ถูกกลุ่มคนและพระจีนแอบอ้างไปเรี่ยไร ทำให้เสียเกียรติยศและศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษ รวมทั้งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายอำเภอ และปลัดอำเภอไชยปราการ

เมื่อ 13.30 น.วันที่  21 เมษายน 60 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีกลุ่มครอบครัวลูกหลานอดีตทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 หรือ ก๊กมินตั๋ง นำโดยนายปรีดา ชัยศิริ นางสาวภรณี ชัยศิริ และนางสาวฉวีวรรณ ชัยศิริ ซึ่งเป็นทายาทของนายพลเลาลี เหวินฮ้วน ผู้นำกองทัพทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กรณีถูกกลุ่มบุคคลแอบอ้างเรี่ยไร ในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 หรือ ก๊กมินตั๋ง แห่งใหม่ ในพื้นที่บ้านถ้ำงอบ ตำบลหนองบัว อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ในเอกสารส่วนหนึ่งสรุปได้ว่า ครอบครัวลูกหลานอดีตทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 (ก๊กมินตั๋ง) และครอบครัวทายาทนายทหารได้มีความเห็นพ้องกันว่า อนุสรณ์สถานของบรรพบุรุษแห่งเดิม ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านถ้ำงอบ ที่ได้ใช้ประกอบพิธีเซ่นไหว้เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะวันเชงเม้ง ซึ่งในปัจจุบันมีความทรุดโทรมแระกอบกับมีพ้นที่คับแคบ และเพื่อให้สมเกียรติและศักดิ์ศรี จึงมีความเห็นร่วมกันให้มีการก่อสร้างอนุสรณืสถานแห่งใหม่ และไม่ไกลจากที่ตั้งเดิม โดยมีนายปรีดา ชัยศิริ เป็นประธานกรรมการ

ต่อมาทางคณะกรรมการฯ ได้รับเงินสนับสนุนการก่อสร้างจากสมาชิกครอบครัวและทายาท ในพื้นที่ไชยปราการ ฝาง แม่อาย และเชียงดาว รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง คือ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน จนได้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นทุนในการก่อสร้าง เมื่อมีการก่อสร้างไปได้ระยะหนึ่ง ได้มีกรรมการจำนวนหนึ่งนำโดย นายจิงเหลียง แซ่หลู่ หรือ หลู่ แซ่เจียง ชาวดอยวาวี อ.แม่สาย จ.เชียงราย นำพระจีนจากประเทศไต้หวันเข้ามา โดยอ้างว่าพระจีนคนนี้จะช่วยบริจาคช่วยค่าก่อสร้าง แต่ปรากฏว่ากลุ่มของ นายหลู่จิงเหลียง และพระจีนคนดังกล่าว กลับมีเจตนาแอบแฝง จะนำอนุสรณ์สถานไปทำศาลเจ้าจีนเป็นหลัก และจะนำป้ายชื่อบรรพบุรุษทหารเป็นแค่ส่วนประกอบเท่านั้น อีกทั้งจะนำเอาชื่อการสร้างอนุสรณ์สถานไปร่วมกับศาลเจ้าจีน  ไปเรี่ยไรเงินทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นเจตนาที่แอบแฝงที่เลวร้าย ทำลายซึ่งเกียรติยศศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษอย่างยิ่ง ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายทายาทของนายพลเลาลีฯ และทายาทนายทหารจึงไม่ยินยอมให้สร้างศาลจีนร่วมกับอนุสรณ์สถาน ทำให้นายหลู่จิงเจียงไม่พอใจและลาออกจากการเป็นกรรมการฯ จึงมีการตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาแทน แต่ว่ากลุ่มของนายหลู่จิงเจียงยังไม่ยอมหยุดและพยายามจะกลับเข้ามาเป็นกรรมการอีกครั้ง รวมทั้งปลุกปั่นชาวบ้านต่างๆนานา ขณะที่ก็ทราบว่านายหลี่จิงเจียงและพระจีนรายนี้ ได้รับเงินบริจาคมาแล้วจำนวนหลายสิบล้านบาท อย่างไรก็ตามทางกรรมการฯปัจจุบันก็ยังไม่ยินยอมให้กลุ่มนายหลี่จิงเจียง กลับมาเป็นกรรมการอีก และนายหลี่จิงเจียง ได้ไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม อำเภอไชยปราการ ในเรื่องดังกล่าว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา  และกลับพบว่าทางด้านนายอำเภอและปลัดอำเภอไชยปราการ กลับไปเข้าข้าง และบังคับให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาใหม่ และมีการนำกลุ่มนายนายหลี่จิงเจียง กลับเข้ามาเป็นกรรมการฯอีก ขณะที่ยังไม่มีการแจงเรื่องเงินที่ได้รับบริจาคมาแต่อย่างใด

ดังนั้นทางทายาทและนายทหารที่เป็นคณะกรรมการฯ ถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายอำเภอไชยปราการ และปลัดอำเภอไชยปราการ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องจึงขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ตรวจสอบ หรือตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบดังกล่าว.