ทลายแหล่งผลิต จำหน่ายครีมเถื่อน

0
78

ปคบ. ร่วมกับ อย. ทลายแหล่งผลิตและจำหน่ายครีมเถื่อนรายใหญ่ ใน 4 จังหวัด มูลค่ากว่า 5 แสนบาท

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว และจับกุมนายโจ อายุ 39 ปี หลังสืบทราบว่าเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายครีมเถื่อนไม่ได้มาตรฐาน หรือที่เรียกว่า ครีมฝาแดง ที่กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายในกลุ่มผู้ที่อยากขาว ก่อนจะขยายผลไปจับผู้จำหน่ายรายใหญ่อีก 3 ราย ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ที่เป็นตัวแทนมารับครีมจากนายโจไปขายต่อ

สามารถยึดของกลางเป็นครีมสำเร็จรูปพร้อมจำหน่าย 523 ถุง/ครีมกระปุกฝาแดง 1,989 กระปุก/วิตามินซี 30 หลอด/ครีมรอบรรจุ 80 กิโลกรัม และอุปกรณ์การผลิต รวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท

พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับการ 4 ปคบ. ระบุว่า จากการเข้าไปจับกุมก็พบว่านายโจใช้บ้านเป็นแหล่งผลิตครีมเถื่อนทั้งหมด โดยที่สภาพของแหล่งที่ผสมก็ไม่ได้มาตรฐาน โดยนายโจให้การรับสารภาพว่า เนื่องจากตนเองอยู่จังหวัดสระแก้ว ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเมื่อ 1 ปีที่แล้ว เห็นมีคนใช้ครีมของประเทศเพื่อนบ้านแล้วขาว จึงสนใจสั่งซื้อวัตถุดิบที่ใช้ประกอบในครีมจากประเทศเพื่อนบ้านมาผสมกับวัตถุดิบบางส่วนในประเทศไทยผสมเป็นครีมออกจำหน่าย และหลังจากที่ในแอพติ๊กต๊อกมีการรีวิวสรรพคุณก็ยิ่งทำให้ครีมขายดียิ่งขึ้นจนแทบกวนไม่ทัน ปริมาณการผลิตก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยต้นทุนแต่ละกระปุกอยู่ที่ 20 บาท และจำหน่ายในราคากระปุกเล็ก 120 บาท กระปุกใหญ่ 290 บาท

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ครีมเถื่อนที่ยึดได้ในครั้งนี้เคยระบาดหนักในปี 2553 มักขายตามตลาดนัด ร้านค้าออนไลน์ ไม่มีเลขจดแจ้ง ไม่มีฉลากหรือแสดงฉลากเป็นภาษาต่างประเทศ มักโฆษณาอ้างรักษาสิว รอยแผลเป็น ฝ้า กระ ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ดำกรรมพันธุ์ก็ขาวขึ้น เห็นผลใน 7 วัน ที่ผ่านมา อย. เคยตรวจพบสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางประเภทพบทั้ง สารปรอท ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ สเตียรอยด์

ซึ่งหากใช้เป็นเวลานาน อาจทำให้ผิวหน้าดำ ผิวบางลง แพ้แสงแดดหรือแสงไฟได้ง่าย ผิวแตกลายถาวร เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับสารปรอทในปริมาณมาก อาจเกิดพิษสะสม ส่งผลให้ไตอักเสบ ซึ่งเคยมีผู้แพ้สารปรอทในเครื่องสำอางจนเสียชีวิตมาแล้ว หากพบการลักลอบผลิต นำเข้า จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาที่สายด่วน อย. 1556

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ฐานผลิต/ขายเครื่องสำอางไม่ได้จดแจ้งและไม่มีฉลาก มีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากตรวจพบสารห้ามใช้จะมีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วหากพบเป็นการกระทำความผิดฐานใดก็จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป .-สำนักข่าวไทย