รัฐบาลผลักดันการลงทุนในพื้นที่ EEC อย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างเงินลงทุนรวม 1.6 ล้านล้านบาท ช่วยเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมไทย

0
35

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ EEC มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น นับตั้งแต่เกิดพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ปี 2561 – มิถุนายน 2564 เกิดการลงทุนรวมที่ได้รับอนุมัติแล้ว 1.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 94 จากเป้าหมายแผน 5 ปี ระหว่างปี 2561 – 2565 แบ่งเป็น 3 ส่วนได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอกชนร่วมลงทุน 4 โครงการหลัก ประกอบด้วย รถไฟฯ สนามบินฯ และ 2 ท่าเรืออุตสาหกรรม การลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการลงทุนผ่านงบบูรณาการ EEC



สําหรับการลงทุน ช่วงสองไตรมาสแรกของปี 2564 มีเงินลงทุน 126,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 โดยจํานวนขอโครงการสูงสุดคือ อุตสาหกรรมยานยนต์ชิ้นส่วน ส่วนเงินลงทุนสูงสุดคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ สําหรับการลงทุนตรงจากต่างประเทศ นักลงทุนที่สนใจมากที่สุดคือ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง ตามลําดับ


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกยังเตรียมพัฒนาเป็นเมืองดิจิทัลแห่งภูมิภาค เพื่อดึงดูดการลงทุน ขณะเดียวกัน จัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก โดยจัดทําห้องเย็นเทคโนโลยีทันสมัย พัฒนาคุณภาพผลผลิตในระดับพรีเมียม มุ่งเป้า 5 คลัสเตอร์สําคัญ ได้แก่ ผลไม้ ประมงเพาะเลี้ยง พืชอุตสาหกรรมชีวภาพ พืชสมุนไพรและเกษตรมูลค่าสูง เพื่อยกระดับรายได้ให้ชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี มุ่งมั่นผู้ขับเคลื่อนโครงการ EEC และผลักดันการลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศให้เกิดขึ้นจริง ด้วยปริมาณและมูลค่าเม็ดเงินลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ด้วยแผนการลงทุนที่รอบด้าน เพื่อให้เป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตด้วย