รมช. พาณิชย์ ลงพื้นที่หารือแก้ปัญหาสถานการณ์ตลาดลำไยภาคเหนือ ปีการผลิต 2560

0
261

รมช. พาณิชย์ ลงพื้นที่หารือแก้ปัญหาสถานการณ์ตลาดลำไยภาคเหนือ ปีการผลิต 2560 เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในภาคเหนือ

เมื่อ 3 สิงหาคม 60 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ผลิตและการตลาดลำไย ของจังหวัดเชียงใหม่ ปีการผลิต 2560 ที่ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเกิดสถานการณ์ราคาลำไยในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนตกต่ำอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรชาวสวนลำไย ที่จำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต

จากสถานการณ์การผลิตลำไย จากการคาดการณ์พื้นที่เพาะปลูกลำไยในฤดู 215,464 ไร่ มีผลผลิตรวม 134,106 ตัน ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยในฤดูตั้งแต่เดือนมิถุนายน จนถึงปัจจุบัน ประมาณร้อยละ 42.84 คิดเป็นจำนวนปริมาณ 57,465 ตัน ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดขณะนี้ เป็นผลผลิตของอำเภอจอมทอง อำเภอสันป่าตอง อำเภอฮอด อำเภอดอยเต่า อำเภอหางดง อำเภอแม่วาง และอำเภอดอยหล่อ ซึ่งสถานการณ์ด้านราคาลำไยทุกชนิดยังคงทรงตัวต่อเนื่อง และคาดว่าต้นเดือนสิงหาคมนี้ ราคาลำไยสดช่อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากตลาดส่งออกเริ่มความคล่องตัว ผู้ประกอบการในต่างประเทศทั้งตลาดจีน และตลาดอินโดนีเซีย มีความต้องการซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาลำไยรูดร่วงปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดประกอบกับเกษตรกรนิยมจำหน่ายลำไยในลักษณะรูดร่วง มากกว่าสดช่อ

ทั้งนี้ สำนักงานพาณิชย์เชียงใหม่ ได้กำหนดแนวทางบริหารจัดการลำไย ปี 2560 จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะกระจายลำไยสดออกนอกแหล่งผลิต ไปยังปลายทาง 4 จังหวัด ปริมาณรวม 12 ตัน  รวมไปถึงการซื้อขายลำไยอบแห้งโดยได้ตรวจสอบโรงอบลำไยในพื้นที่ เพื่อให้มีความเป็นธรรมในการซื้อขาย โดยไม่มีปฏิเสธการรับซื้อผลผลิต และทราบถึงกระบวนการผลิต กำลังผลิต และปริมาณคงเหลือที่ผู้ประกอบการสามารถรับซื้อได้

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกันดำเนินโครงการกระจายผลผลิตลำไยออกนอกแหล่งผลิต โดยมีเป้าหมายการกระจายผลผลิตวันละ 500 ตัน ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป และได้ประชาสัมพันธ์เตือนเกษตรกรไม่เก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยก่อนครบอายุ เนื่องจากผลผลิตจะไม่ได้คุณภาพตามความต้องการของตลาด รวมถึงการจำหน่ายในรูปแบบของลำไยสดช่อ ซึ่งจะมีราคาจำหน่ายที่สูงกว่ารูปแบบรูดร่วง

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงพาณิชย์จะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาของเกษตรกรอย่างเร่งด่วน และเร่งรัดการอบทำลำไยอบแห้งเก็บไว้  เพื่อให้เพียงพอกับตลาดส่งออกผลสด รวมไปถึงมีการเพิ่มตลาดการส่งออกให้มากขึ้น รวมถึงขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนบริโภคลำไยเพื่อช่วยการกระจายผลผลิตในประเทศมากขึ้น.