บีโอไอ นำสื่อฯ ลงพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย การค้ายังคึกคัก

0
141

ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่  1 เชียงใหม่ หรือ บีโอไอ นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย ระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 62 ที่ผ่านมา นำโดย นางสาวกนกพร โชติปาล ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุภาคที่  1 และคณะ โดยเข้าเยี่ยมชมสถานประกอบการที่ให้การส่งเสริมการลงทุน และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน OSS เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย รวมทั้งการสรุปการค้าการลงทุนชายแดนไทย-พม่า จ.เชียงราย

            โดยเข้าเยี่ยมชม บริษัท อุตสาหกรรมยางไทยหยก จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.แม่เจดีย์ อ.เวียงป่าเป้า จ.ชียงราย เป็นโรงงานประกอบธุรกิจลิตถุงมืองยาง จากยางธรรมชาติ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ร้านค้าปุ๋ยเคมีเกษตร กลุ่มบริษัทผลิตอาหาร และกลุ่มชาวประมง รวมถึงแม่บ้าน ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการใช้ถุงมือเป็นจำนวนมาก สำหรับใช้ใส่เพื่อป้องกันการสัมผัสอาหารหรือสารเคมีต่างๆ ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ตั้งแต่ปี  2545 และปัจจุบันได้รับการส่งเสริมอีกหนึ่งโครงการเรียบร้อยแล้ว โดยมีกำลังการผลิตถุงมือใช้สำหรับแม่บ้าน และแบบใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม  ปีละประมาณ 720,000 คู่ หรือ 144,000 ชิ้น โดยมีตลาดภายในประเทศรองรับ และมีโครการขยายโรงงานเพื่อผลิตรองเท้าบูท ในพื้นที่อีก 2 ไร่ งบลงทุนประมาณ 10-20 ล้านบาท โดยบีโอไอ ส่งเสริมและนำเข้าเรื่องจักรจากต่างประเทศ

            ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน OSS เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2559 จำนวน 4 ศูนย์ ภายใต้โคงการสนับสนุนการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย โดย ดร.อนุรักษ์ อินทร ประธษนอาวุโส หอการค้าจังหวัดเชียงราย เผยว่า เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย อยู่ในพื้นที่ติดชายแดน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่สาย อำเภอเชียงแสน และ อำเภอเชียงของ รวม 916.2 ตารางกิโลเมตร มีจุดผ่านแดนถาวร 6 จุด เชื่อมตอกับเมียนมา 3 จุด และ สปป.ลาว 3 จุด มีการส่งออกสินค้า 5 อันดับ กับประเทศจีนตอนใต้ เมียนมา และ สปป.ลาว คือ สินค้าอุปโภค-บริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าเกษตร ปศุสัตว์ และมังคุด ส่วนรายการสินค้านำเข้า 5 อันดับคือ  ผลไม้สด พืชผัดสด สินค้าเกษตร กกระเทียมสด เครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการค้ารวม 50,834.76 ล้านบาท

            จากนั้นคณะได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมกิจการโรงพยาบาล บริษัท ศรีบุรินทร์การแพทย์ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย ที่ให้บริการทางการแพทย์ครบวงจร 24 ชั่วโมง ในพื้นที่ติดชายแดนประเทศเมียนมา  เปิดบริการเมื่อ 8 มีนาคม 2561 ซึ่งสถิติพบว่ามีกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการจากเมียนมา เข้าใช้บริการมากที่สุด รองลงมาเป็นคนพื้นที่ และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

            สำหรับด่านศุลกากรแม่สาย มีพื้นที่รับผิดชอบในจังหวัดเชียงราย 9 อำเภอ คือ อ.มือง แม่สาย แม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่ลาว แม่สรวย เวียงเชียงรุ้ง พญาเม็งราย และ อ.เวียงชัย และในพื้นที่ จังหวัดพะเยา 7 อำเภอ รวมทั้งท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และในพื้นที่รับผิดชอบมีการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบริเวณชายแดน 4 จุด คือ จุดผ่อนปรนท่าบ้านสายลมจอย จุดผ่อนปรนเกาะทราย จุดผ่อนปรนบ้านปางห้า และจุดผ่อนปรนท่าดินดำ แม่สาย โดยสถิติการนำเข้า-ส่งออก ด่าศุลกากรแม่สาย ปีงบประมาณ 2561 มีมูลค่าการนำเข้า 297,964,306.98 บาท มูลค่าการส่งออก 9,578,763,853.09 ล้านบาท มีมูลค่าการค้า รวม 9,876,728,160.07 บาท (ฐานข้อมูลกรมศุลกากร เมื่อ 27 ตุลาคม 2561)

ทั้งนี้ทางด้านศูนย์เศรษฐกิจการลงทุภาคที่  1  เปิดเผยสภาวะการส่งเสริมการลงทุน ในพื้นที่ภาคเหนือ ในปี 2561 มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 1,626 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 901,772 ล้านบาท โดยเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 64 โครงการ เงินลงทุน 7,09 ล้านบาท มีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน ปี 2561 จำนวน 1,469 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 549,480 ล้านบาท เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 45 โครงการ เงินลงทุน 6,806 ล้าบาท  การออกบัตรส่งเสริม ปี 2561 จำนวน 1,427 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 709,364 ล้านบาท เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 54 โครงการ เงินลงทุน 9,461 ล้านบาท.