ธ.โลก ชี้โควิดทำให้คนไทยจนเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านคน

0
172

ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2/63 แล้ว แต่ยังมีโควิด-19 ระลอกใหม่ที่อาจกระทบการท่องเที่ยวและแรงงานในไทย โดยต้องติดตามผลของมาตรการรัฐทั้งในระยะสั้นและยาว ซึ่งช่วงที่ผ่านมาพบว่าภาครัฐใช้เม็ดเงินเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจราว 13% ของจีดีพี โดยแบ่งเป็นมาตรการทางการคลังราว 6% ของจีดีพี

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าต้องใช้เวลาอีก 2 ปี กิจกรรมทางเศรษฐกิจจึงจะกลับสู่ช่วงก่อนโควิด-19 โดยคาดว่าปี 2564 นี้ จีดีพีไทยพลิกกลับเป็นบวกที่ 4% จากปี 2563 ที่คาดว่าจะติดลบ 6.5% แต่หากสถานการณ์โควิด-19 รุนแรงและรัฐมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น อาจส่งผลให้จีดีพีปี 2564 เหลือ 2.4% ขณะที่ความเสี่ยงในปีนี้ยังขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ได้แก่เศรษฐกิจโลกอาจจะฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะโควิด-19 ที่ยังระบาด การส่งวัคซีนอาจช้ากว่าที่คาดจากที่ช่วงครึ่งปีหลังนี้ หวังว่าประชากรไทยจะได้รับวัคซีนแล้ว และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจยืดเยื้อ กระทบความเชื่อมั่น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของเศรษฐกิจไทย และมาตรการของภาครัฐโดยเฉพาะด้านการช่วยเหลือกลุ่ม SMEs คือ มาตรการซอฟต์โลนที่ออกมาแล้วแต่การเบิกจ่ายรัฐยังค่อนข้างต่ำ จึงมีความพยายามที่จะปรับกลไกให้ดีขึ้น ขณะที่มาตรการรัฐที่ออกมาช่วยเยียวยา เช่น โครงการเราไม่ทิ้งกัน (ให้เงินเดือนละ 5,000 บาท นาน 3 เดือน) สามารถช่วยแรงงานนอกระบบได้มากกว่า 50% แต่ยังเป็นมาตรการระยะสั้นเท่านั้น

สำหรับปัญหาแรงงานไทยที่ต้องจับตามอง คือ โครงสร้างในระยะยาว โดยไทยมีปัญหาแรงงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสังคมสูงวัยจะขยายตัวต่อเนื่องและเป็นปัญหาในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา และในอนาคตมีแนวโน้มว่าปี 2583 แรงงานในตลาดจะเหลือ 35 ล้านคน จากปี 2563 ที่อยู่ราว 39 ล้านคน

ข้อแนะนำถึงมาตรการของภาครัฐ คือ การออกมาตรการด้านแรงงานระยะสั้น การคุ้มครองแรงงานที่อาจจะหรือตกงานแล้วในช่วงวิกฤติโควิด-19 เพื่อให้แรงงานที่ตกงานสามารถเข้าถึงตลาดแรงงานได้อีกครั้ง ระยะยาว ปรับทักษะแรงงานในการตอบโจทย์ภาคเอกชน โดยออกแบบร่วมกับภาคการศึกษาที่เพิ่มทักษะแรงงานที่ตลาดต้องการ รวมถึงทักษะในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตรวมทั้งพัฒนาแรงงานในกลุ่มผู้หญิงให้มากขึ้น ขยายระยะเวลาก่อนเกษียณอายุ.-สำนักข่าวไทย