ททท. ผลักดันการท่องเที่ยวไทย ด้วยมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ กระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยค่อนข้างมาก ซึ่งการท่องเที่ยวถือว่ามีสัดส่วน GDP ร้อยละ 18 โดยในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวน 39.92 ล้านคน ขณะที่การเดินทางในประเทศสูงถึง 172 คน-ครั้ง และมีรายได้ประมาณ 3 ล้านล้านบาท ขณะที่ในปี 2563 ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศ 6.7 ล้านคน ทำให้เกิดการเดินทางในประเทศประมาณ 90 ล้านคน-ครั้ง ซึ่งมีการจำกัดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ อีกทั้ง ปี 2564 ที่มีมาตรการภูเก็ต Sandbox เข้ามา ทำให้เกิดการเดินทางตลอดทั้งปีเหลือเพียง 400,000 คน ทำให้ ททท.ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยว โดยการจัดทำมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19



ซึ่งปัจจุบันมีการปล่อยเงินกู้ให้กับผู้ประกอบการโดยเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ประมาณ 7,847 ราย ถือเป็นการสร้างกำลังใจกับผู้ประกอบการให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตในครั้งนี้ไปได้ รวมถึงมีการออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนต่างๆ ประกอบด้วย โครงการกำลังใจ เป็นมาตรการที่กระตุ้นให้เกิดการเดินทางของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ประชาชนและผู้ประกอบการต่างให้การยอมรับและชื่นชอบ โครงการทัวร์เที่ยวไทย เป็นต้น โดยทาง ททท.ได้จัดงบประมาณไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาท ในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการในการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในสถานการณ์ปัจจุบัน


นอกจากนี้ ยังผลักดันให้พื้นที่นำร่องเพื่อการท่องเที่ยว หรือพื้นที่สีฟ้า กลับมาประกอบกิจการได้ดังเดิม โดยมีการให้ผู้ประกอบการผ่านหลักเกณฑ์เรื่องมาตรการควบคุมโรค จากกระทรวงสาธารณสุขด้วย รวมถึงส่งเสริมมาตรฐาน SHA ที่เป็นมาตรฐานระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ให้เกิดความมั่นใจทั้งในส่วนของผู้ให้บริการ รวมทั้งผู้ใช้บริการด้วย ปัจจุบันมากกว่า 47,000 แห่ง ที่ได้รับมาตรฐาน SHA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้มีการเน้นย้ำ ในเรื่องของมาตรการต่างๆ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ทั้งปฎิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting และมาตรการตามกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดอีกด้วย