หนาวนี้ห้ามพลาด! ไปสัมผัสธรรมชาติ บนสะพานลอยฟ้า Canopy Walkway ยาวที่สุดในไทย

0
236

เมื่อกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ก็มีจำนวนมากมายหลายสถานที่ และหลายรูปแบบ ทั้งวัดวาอาราม ศิลปวัฒนธรรม ยอดดอยต่างๆในหลายอำเภอ  ความงดงามของธรรมชาติ รวมทั้งการท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ ที่มีให้ได้สัมผัสมากมาย และหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในเรื่องของธรรมชาติ และพรรณไม้นานาพันธุ์ คือ “สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (Queen Sirikit Botanic Garden  : QSBG) ตั้งอยู่พื้นที่ ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ในพื้นที่ 2,000 ไร่ เป็นสถานที่อนุรักษ์และรวบรวมพันธุ์ไม้  เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติ  ซึ่งแต่เดิมดำเนินการโดยกรมป่าไม้ เมื่อปี 2556 ต่อมาปี 2535 ได้โอนมาดำเนินงานโดยองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อสพ.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และได้รับพระราชทานพระราชานุญาต จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี 2537 ให้ใช้ชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า “สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางเข้าชมวันละกว่า 3,000 – 5,000 คน

การเดินทางสามารถไปได้โดยรถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางหมายเลข 107 ถนนโชตนา เชียงใหม่-แม่ริม เมื่อถึงแยกทุ่งหัวช้าง (ปั๊ม ปตท.ใหม่) ให้เลี้ยวซ้าย ใช้เส้นทางหมายเลข 1096 ถนนแม่ริม-สะเมิง ขับขึ้นเขาตามเส้นทางประมาณ 12 กิโลเมตร จะอยู่ทางซ้ายมือ (หรือที่พิกัด GPS 18.898367,98.86065)

สำหรับสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย และมีมาตรฐานระดับนานาชาติ เป็นศูนย์รวมพรรณไม้ชนิดต่างๆ รวมถึงพรรณไม้ที่กำลังจะสูญพันธุ์ โดยจัดปลูกพรรณไม้และขายพันธุ์รวมถึงการศึกษาวิจัย สำหรับสภาพโดยทั่วไปเป็นที่ราบและสูงสลับเป็นชั้นๆ ในระดับ 300-970 เมตรลักษณะการจัดสวนจะแบ่งเป็นพันธุ์ไม้ตามวงศ์ และความเหมาะสมของสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ทั้งของไทยและต่างประเทศ ซึ่งผู้สนใจสามารถใช้รถส่วนตัวหรือนั่งรถรางที่มีให้บริการไปชมสถานที่ต่างๆได้ อาทิ ศูนย์เพาะกล้วยไม้ไทย อาคารพืชสมุนไพร ศูนย์วิจัยและอาคารเรือนกระจกที่รวบรวมพรรณไม้ชนิดต่างๆไว้มากมาย ทั้งป่าดิบชื้น บัว กล้วยไม้และเฟิร์น พรรณไม้น้ำ รวมถึงพืชทนแล้งรูปร่างแปลกๆ

อีกจุดหนึ่งที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและเป็นไฮไลท์ของที่นี่ คือ สะพานลอยฟ้า (Canopy Walkway) ที่เปิดให้บริการเมื่อ 1 ธันวาคม 2558 หรือเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียล  จนมีคนแห่ไปเยือนช่วงที่เปิดให้บริการจำนวนมาก สำหรับ Canopy Walkway เป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติที่ถือว่ายาวที่สุดในประเทศไทย ระยะทางยาวกว่า 400 เมตร ตัวสะพานเป็นเหล็กกล้า Hit Dip Galvanized  โครงสร้างมีความแข็งแรง มีระดับความสูงจากพื้น 20 เมตร และสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 800 เมตร สามารถเดินชมวิวมุมสูง รวมทั้งสามารถดูยอดพรรณไม้ของสวนพฤกษศาสตร์ หลากหลายชนิดได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไปเยือน นิยมไปถ่ายภาพเพื่อแชร์ความประทับใจสู่โลกโซเชียล ทั้งนี้ระหว่างทางยังมีจุดยื่นออกมา มีกระจกใส ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพกับวิวยอดดอยและต้นไม้ใหญ่เก็บไว้เพื่อความประทับใจ หลังเดินทางออกมาแล้วจะพบกับอาคารที่ขายของที่ระลึกต่างๆ ที่ เสื้อยืด แก้วกาแฟ กระเป๋า และหนังสือเกี่ยวกับพรรณไม้และกล้วยไม้ ส่วนอาคารชั้นบนจะจำหน่ายกาแฟ อาหาร เครื่องดื่มและไอศกรีม เป็นที่พักเหนื่อยก่อนที่จะเดินทางไปชมจุดอื่นๆต่อไป

การใช้ Canopy Walkway มีกฎ 12 ข้อที่นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติ คือ 1.ห้ามสูบบุหรี่ 2.งดอาหารและเครื่องดื่ม 3.ห้ามปีนป่าย 4.ห้ามวิ่ง 5.ห้ามกระโดด 6.ห้ามพิงกระจก 7.งดสวมใส่รองเท้าส้นสูง 8.งดใช้ร่ม 9.พื้นที่จำกัด 5 คน/ตร.ม. 10.โปรดเก็บของมีค่าไว้ในกระเป๋า 11.ผู้ปกครองควรดูแลเด็กเล็ก และ 12.โปรดดูแลทรัพย์สินชองท่านเอง

สำหรับอัตราค่าบริการเข้าชม สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สำหรับชาวไทย ผู้ใหญ่ คนละ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท / รถจักรยานยนต์ คันละ 30 บาท รถยนต์สี่ล้อ คันละ 100 บาท (อัตรานี้รวมคนขับแล้ว) / ผู้สูงอายุ ที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พระภิกษุ-สามเณร และผู้พิการ เข้าชมฟรีไม่คิดค่าบริการ/สำหรับค่าบริการรถรางชมสวน ผู้ใหญ่ คนละ 30 บาท เด็ก 10 บาท ผู้สนใจสอบถามที่ โทร.053-841234 เว็บไซต์ www.qsbg.org หรือ Facebook : สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์.