กองทัพภาคที่ 3 เปิดกิจกรรมรณรงค์และซักซ้อมดับไฟป่า ปี 2561

0
136

เมื่อ 30 มกราคม 61 ที่สนามรามัญวงศ์ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พลโท วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์และซักซ้อมดับไฟป่า ประจำปีงบประมาณ 2561 พร้อมด้วยนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พล.ท.ธเนศ กาลพฤกษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ผอ.สบอ.16 ผอ.ทสจ.จว.ช.ม. และ ผอ.ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน กว่า 40 องค์กร เป็นการแสดงออกถึงการรวมพลังและความพร้อมของทุกภาคส่วน ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค จึงได้บูรณาการร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวเชียงใหม่ ร่วมกันจัดกิจกรรมการรณรงค์และซักซ้อมดับไฟป่า เพื่อป้องกันการเกิดหมอกควันและไฟป่า แสดงพลังความเข้มแข็งและความพร้อมของทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชน แสดงเจตนาอันมุ่งมั่นที่จะดำเนินการลดระดับความรุนแรงลง ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนัก รู้ถึงโทษภัยของไฟป่าและหมอกควันที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ภายในงานดังกล่าวยังมีกิจกรรมให้รับชมอีก 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ นิทรรศการรณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจาก ๑๐ หน่วยงานของจังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมการรณรงค์ซักซ้อมดับไฟป่าและหมอกควัน จำนวน ๓๐ หน่วยงาน และขบวนรณรงค์ป้องกันไฟป่าและหมอกควัน โดยภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชน จำนวน ๒๐ หน่วยงาน ร่วมกับชมรมจักรยาน ๒๐๐ คัน และขบวนยานยนต์ ๗๐ คัน รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีจำนวนทั้งสิ้น ๓,๒๖๒ คน

นอกจากนี้ พลโท วิจักขฐ์ สิริบรรสพ กล่าวว่า “ ตามที่รัฐบาล ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันแห่งชาติ โดยกองทัพบกได้มอบหมายให้ กองทัพภาคที่ 3 จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือนั้น เพื่ออำนวยการประสานงานกับส่วนราชการ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จึงได้จัดชุดรณรงค์สร้างจิตสำนึก ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน รวมทั้งเฝ้าระวังการเกิดไฟป่า และป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าขั้นรุนแรงในพื้นที่รับผิดชอบ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ถึง 30 เมษายน 2561 รวม 5 เดือน โดยมุ่งเน้นไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การท่องเที่ยว การคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศ ตลอดจนสภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคเหนือสืบไป