ยังไม่สูญพันธุ์!! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังอาละวาด คราวนี้แม่นักข่าวโดนเอง โชคดีไหวตัวทัน

0
258

แม่นักข่าวหนุ่มเชียงใหม่ เกือบเสียทีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็น จนท.ไปรษณีย์ และตำรวจ มามุกเดิมๆ โชคดีลูกชายไหวตัวทันอายัดธุรกรรมทางการเงิน ก่อนไปแจ้งความ

เมื่อ 22 ธันวาคม 60 ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Prasoet Panthawan หรือนายประเสริฐ ปันทะวัน ผู้บริหารสถานีวิทยุเชียงใหม่มหานคร FM 107.25 MHz และผู้สื่อข่าว เชียงใหม่มหานครนิวส์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า “แม่โทรเรียกไปหาแต่เช้าให้รีบเข้าไปหา แม่เล่าว่า มี*เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยโทรมาบอกว่า มีการส่งสมุดบัญชีกว่า 20 เล่มส่งในนามชื่อแม่ตกค้างอยู่กรุงเทพ ไม่นาน*มีผู้อ้างว่าเป็นตำรวจจากกรุงเทพโทรเข้าและแนะนำว่าให้โทรไป *1133 ว่าเบอร์ที่โทรมาเป็นเบอร์จากสำนักงานตำรวจไหม! เมื่อแม่โทรไปตรวจสอบแล้วหลงเชื่อ ให้ข้อมูลส่วนตัวไป ทางผู้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่าจะเข้าไปหาที่คอนโด พอดีผมไปถึงคอนโดแม่เสียก่อน เลยรีบบอกให้แม่ไป ทุกอย่าง และแจ้งความที่ช้างเผือก  ตอนนี้แจ้งความไว้แล้ว ถ้าผู้แอบอ้างเป็น ตร.เข้าคอนโดเมื่อไหร่ จะให้ ตร.เข้ารวบตัวทันที เดี๋ยว live สดเลย มีข้อสงสัยหลายอย่างตั่งแต่ จนท. ไปรษณีย์ไทย เรื่องเกี่ยวกับสมุดบัญชีมากถึง 20 เล่ม  จนท.ให้ตรวจสอบตัวเองโดยให้โทร 1133  จนท.ตร. ถามข้อมูลบัตร ปชชเป็น ตร.จริง แจ้งข้อกล่าวหาและบอกว่าจะส่งหมายเรียกไป ก็จบป้ะ คือบางคนก็ไม่เสพข่าวเอาเสียเลย”

จากนั้นเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน นางสาว ณทอง ปันทะวัน อายุ 57 ปี ที่อยู่ 29/4 ถ.ช้างม่อยเก่า ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ขุนหาญ สารวัตรสอบสวน สภ.ช้างเผือก เชียงใหม่ โดยระบุว่า เมื่อประมาณ 8.00 น.วันนี้ (22 ธันวาคม 60) ได้มีบุคคลไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ได้โทรศัพท์เข้ามือถือของตน และอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย และบอกว่าได้ตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ตกค้างตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 60 ที่ผ่านมา เพราะเป็นชื่อของ นางสาว ณทอง เป็นผู้ส่งจาก อ.สารภี เชียงใหม่ ไปให้บุคคลคนหนึ่งที่กรุงเทพฯ แต่ที่อยู่ของผู้รับผิด จึงมีการตีกลับไปที่ทำการไปรษณีย์ และจากการสแกนพบว่า ด้านในกล่องพัสดุ บรรจุเงินสดประมาณ 100,000 บาท และมีบัตรเอทีเอ็ม รวมทั้งสุมดบัญชีกว่า 30 เล่ม ซึ่งหญิงที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย บอกว่า มีความผิดตาม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ และอายัดไว้ที่ สน.ดุสิต กรุงเทพฯ ต่อมาได้บอกว่าจะโอนสายให้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ซึ่งชายที่อ้างเป็นตำรวจได้บอกผู้เสียหายตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ ทางหมายเลข 1133 ว่าเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของ สน.ดุสิต หรือไม่ เมื่อผู้เสียใช้โทรศัพท์มือถืออีกเครื่องหายเช็คแล้วพบว่าตรงกันกับสถานีตำรวจ จึงหลงเชื่อ จากนั้นผู้ที่อ้างเป็นตำรวจได้หลอกสอบถามต่างๆนาๆ กระทั่งนางสาวณทอง ได้ให้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนแก่ผู้ที่แอบอ้างไป ต่อมาผู้ที่อ้างเป็นตำรวจบอกว่าจะส่งเอกสารจาก สน.ดุสิต ไปที่วังสิงห์คำ คอนโด ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุเชียงใหม่มหานคร ผู้เสียหายจึงสอบถามว่าหากเป็นเรื่องทางคดีจริง ทำไมไม่ให้ทางตำรวจภาค 5 ดำเนินการ แต่ชายคนนี้ยังยืนยันว่าจะส่งเอกสารพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหาด้วยตนเอง จากนั้นนางสาวณทอง ผู้เสียหาย จึงเริ่มผิดสังเกตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตน จึงโทรศัพท์เรียกลูกชาย มาหาและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทราบ กระทั่งเชื่อว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังระบาด และเป็นข่าวโด่งดังในขณะนี้หลอกแน่นอน จึงพากันไปแจ้งความที่สถานีตำรวจดังกล่าว

นางสาว ณทอง ปันทะวัน กล่าวว่า ตนไม่เคยส่งพัสดุไปรณีย์มากว่า 3-4 ปี ที่ผ่านมา เชื่อว่าเรื่องนี้ตนโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังระบาดหลอกแน่นอน โชคดีที่ตนเริ่มผิดสังเกต และลูกชายซึ่งเป็นผู้สื่อข่าว ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม จึงปรึกษากันก่อนจะไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ นอกจากนี้ตนยังได้สั่งให้ดีเจทุกช่วงรายการของสถานี ทำการประชาสัมพันธ์ให้ระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป.