เตรียมจัดยิ่งใหญ่! บ้านถวาย หมู่บ้านหัตถกรรมสร้างสรรค์ ครั้ง ที่ 8 ระหว่าง 28 ธ.ค.-2 ม.ค.

0
180

หมู่บ้านหัตถกรรมเก่าแก่ มีชื่อเสียงของเชียงใหม่ เตรียมจัดงาน “บ้านถวาย หมู่บ้านหัตถกรรมสร้างสรรค์ ครั้งที่ 8” ควบคู่ไปกับ งานหัตถกรรมล้านนาสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1  ในโอกาสที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับรางวัลประกาศเป็น เมืองสร้างสรรค์สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน จากยูเนสโก

นายวสันต์ เดชะกัน นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจสินค้าหัตถกรรมบ้านถวาย เปิดเผยว่า หมู่บ้านถวาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านหัตถกรรมเก่าแก่ มีชื่อเสียงมานาน ทางด้านงานไม้แกะสลักรูปแบบต่างๆ เชิญสัมผัสแหล่งท่องเที่ยว งานศิลป์ดีไซน์ และวิถีชุมชน ในงาน “บ้านถวาย หมู่บ้านหัตถกรรมสร้างสรรค์ ครั้ง ที่ 8” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 60 – 2 มกราคม 61 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. บริเวณสองฝั่งคลอง บ้านถวาย  อ.หางดง จ.เชียงใหม่  โดยในปีนี้ได้ร่วมกับเครือข่ายด้านหัตถกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ไม้แกะสลัก จาก บ้านถวาย บ้านทา บ้านหลุก บ้านสบเมย  เครื่องปั้นดินเผา จากบ้านเหมืองกุง เครื่องเงิน จากบ้านวัวลาย เครื่องจักสานบ้านป่าบง หัตถกรรมร่ม จากบ้านบ่อสร้าง ผ้าซิ่นตีนจก จาก อ.แม่แจ่ม และผ้าทอ บ้านดอนป่าซาง จ.ลำพูน นำสินค้าหัตถกรรมมาจัดจำหน่ายและแสดงให้ผู้ที่สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าชมภายในงาน

สำหรับในปีนี้พบกับผลิตภัณฑ์ใหม่ประจำปีของชุมชนหัตถกรรมในภาคเหนือ การแข่งขันงานแกะสลักไม้ การปั้นหม้อดินเผา การวาดลายร่ม การสานก๋วย (ตะกร้า) การทำทองประดับกระจก และการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวในการผลิตขั้นตอนของงานหัตถศิลป์ ที่ทำเสร็จแล้วสามารถนำกลับบ้าน ไปเป็นของที่ระลึกจากฝีมือของตนเองได้ด้วย นอกจากนี้ภายในชุมชนจะมีการนำนักท่องเที่ยวชม เล่าประวัติหมู่บ้าน พิพิธภัณฑ์ไม้แกะสลัก ในลักษณะการท่องเที่ยวแบบชุมชน ที่นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วม โดยคนในชุมชนจะพร้อมใจกันใส่ชุดพื้นเมือง

นายวสันต์ ยังกล่าวว่า แต่เดิมเมื่อมีการเปิดหมู่บ้านถวายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเต็มตัว ระยะ 1-3 ปี แรกช่วงของการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกนั้น มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนแบบมืดฟ้ามัวดิน นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากนั้นสถานการณ์และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเริ่มเปลี่ยน จากที่เคยขับรถจากต่างจังหวัดมากับครอบครัว หันมาเดินทาง โดยใช้สายการบินโลว์คอส เพราะง่ายและสะดวก แต่การเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวมีน้อยเพราะไม่มีรถส่วนตัว และต้องใช้จ่ายสูงในการเดินทาง ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มมีจำนวนน้อยลง ทางด้านคณะกรรมการได้ร่วมปรึกษาและปรับแก้ปัญหา โดยมีการขออนุญาตเปิดเส้นทางรถโดยสารไปยังบ้านถวาย ซึ่งก็สามารถตอบโจทย์ได้ดีแก่นักท่องเที่ยว ต่อมาคิดว่าทำอย่างไรจะทำให้นักท่องเที่ยวได้อะไรมากกว่าการไปซื้อของเท่านั้น จึงมีการทำการท่องเที่ยวแบบชุมชน ซึ่งนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ในการฝึกผลิตชิ้นงานหัตถกรรมเองและสามารถนำกลับบ้านเป็นของที่ระลึกได้ ซึ่งก็สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมจากการช้อปปิ้งมาเป็นแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน สำหรับการจัดงานในปีนี้ มาในธีม “บ้านถวาย จากไม้ กลายเป็นทอง” (Amazing Golden Wood)

“แม้ว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวมาเยือนน้อย และสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์กันมากขึ้น ก็ปรับตัวให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนในเชิงท่องเที่ยว เมื่อมีนักท่องเที่ยวมาเศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน ก็มีกลยุทธ์ทั้งเชิงพาณิชย์ คือการส่งออกสินค้า และเชิงท่องเที่ยวคือชุมชน ไปควบคู่กัน ยอมรับว่าสินค้าหัตถกรรมทุกที่ ยอดขายลดลงกว่า 10%  ซึ่งยอดขายสินค้าของบ้านถวายที่มีกว่า 700 ล้านบาทต่อปี แม้ไม่เหมือนก่อน แต่ทางคณะกรรมการพยายามหาทางเพิ่มมูลค่าสินค้า การออกแบบแพคเกจสินค้า และรู้เท่าทันสถานการณ์ โดยมีการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันของสมาคมด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่” นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจสินค้าหัตถกรรมบ้านถวาย กล่าว.